กูลขุนนางกว่าครึ่ง สั่งให้พวกเขาทุ่มสุดตัวเพื่อทิ้งบาดแผลไว้บนร่างเจ้าให้จงได้”
นัยน์ตาจ้าวหนิงทอประกายเย็นเยียบ เขากระซิบตอบรับสั้นๆ ก่อนผนึกปราณกระแทกร่างนางกระเด็นออกไป มือข้างหนึ่งตวัดรั้งทวนยาว รวบจับสองมือฟาดเปรี้ยงเข้าที่หัวไหล่อีกฝ่าย ส่งร่างฟ่านอี้ปลิวละลิ่วร่วงหล่นจากลานประลอง
“จ้าวหนิง ชนะ”
จ้าวหนิงปรายตามองค่ายพักตระกูลสวี
สวีหมิงหล่างรั้งตำแหน่งอัครเสนาบดี เป็นถึงผู้นำขุนนางบุ๋นทั้งมวล แม้เหล่าขุนนางจะมิได้กลมเกลียว ทว่าย่อมต้องไว้หน้าเขาสักหลายส่วน สวีจือหย่วนสามารถบงการทายาทกว่าครึ่งให้มาสละเลือดสร้างบาดแผลแก่เขา ย่อมไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ
การต่อสู้เบื้องหน้าย่อมนองเลือดขึ้นทุกขณะ จ้าวหนิงตระหนักข้อนี้ดี
ทว่านี่คือลานประลองเบื้องหน้าพระพักตร์ เล่ห์ทรามต่ำช้าหลายประการไม่อาจงัดออกมาใช้ เขาจึงสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่น
หลังกวาดล้างทายาทขุนนางบู๊ไปได้อีกสองราย จางเหยี่ยนก็ถือกระบี่ก้าวขึ้นลานประลอง
จ้าวหนิงคุ้นหน้าอีกฝ่ายอยู่บ้าง จางเหยี่ยนไม่มีจุดเด่นใดนอกจากวัยที่จวนจะสิบเจ็ดปี ล่วงเข้าสู่ช่วงเวลาทองแห่งการบำเพ็ญเพียรมาแล้วหนึ่งปีเต็ม แม้ยังไม่บรรลุระดับคุมปราณขั้นปลาย ทว่าก็ห่าง