พวกอวิ๋นตั่วไปสายอย่างที่คิดไว้จริงๆ ด้วย เสียงกริ่งเข้าคาบเรียนดังแล้วพวกเขายังกินปิ้งย่างที่เสียบไม้อยู่เลย“เข้าเรียนแล้ว!” เซียวเซียวมองดูโทรศัพท์“พวกเรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ก็เพื่อกินให้อิ่มไงแบบนั้นถึงจะเป็นความหมายที่แท้จริงของชีวิต ทุกอย่างคือสิ่งจอมปลอมทั้งหมด อย่าให้การเข้าเรียนมาทำให้กระเพาะเราลำบากสิ” เทียนอี้ไม่ส่อเค้ากระวนกระวายเลยสักนิด แถมยังหยิบเนื้อแพะส่งให้อวิ๋นตั่วอีกอวิ๋นตั่วดื่มเครื่องดื่มไปอึกหนึ่งแล้วยืนขึ้น เอามือเช็ดปากพลางเดินออกไป “ฉันกลับละนะ เพื่อเนื้อแพะไม่กี่ไม้ ไม่คุ้มจะโดนไม้เรียวของอาจารย์หลิวหรอก”เซียวเซียวกับจื่อเถิงก็วิ่งตามไปข้างนอกเช่นกัน“พวกเราก็ไปแล้วเหมือนกัน”เนื้อแพะในมือเทียนอี้เพิ่งกัดไปได้หนึ่งคำ พอเห็นว่าเหลือเขาแค่คนเดียวก็หยิบเนื้อแพะเสียบไม้ที่เหลือวิ่งตามอวิ๋นตั่วไป “อย่ากินทิ้งขว้างสิ นี่ย่างหมดแล้วนะ”“นางก็ค่อยๆ กินอยู่ที่นี่เถอะ!” อวิ๋นตั่วพูดตอนที่อวิ๋นตั่ววิ่งไปถึงห้องเรียน อาจารย์หลิวก็อยู่ในห้องแล้ว
เมื่อเห็นอวิ๋นตั่วกับเทียนอี้ยืนอยู่ตรงประตู ในขณะที่เทียนอี้ยังถือเนื้อย่างเสียบไม้อยู่เต็มมือ ภาพที่พิลึกกึกกือเช่นนี้ตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนมายังไม่เคยมีใครได้เห็นเลย“พวกเธอสองคนไปทำอะไรมา?” อาจารย์หลิวถาม“ไปทานข้าวมาครับ” เทียนอี้ตอบ“รู้ไหมว่าสายไปเท่าไหร่แล้ว?” อาจารย์หลิวมองนาฬิกาข้อมือ “สิบนาทีเต็มๆ”เทียนอี้จึงบอกว่า “นี่จะ