ศาสตราจารย์เจียงมองลูกศิษย์ของตัวเองกินปูแล้วก็ถามขึ้น “รสชาติเป็นยังไงบ้าง?”“อร่อยมากครับ”“ที่เลี้ยงปูนี่ก็เป็นลูกศิษย์ของฉันคนหนึ่ง จบปริญญาโท สุดท้ายกลับบ้านเกิดไปเลี้ยงปู หลายๆ คนไม่เข้าใจเขา ที่จริงตอนแรกฉันก็ไม่เข้าใจหรอกในเมื่อเขาอยากเลี้ยงปู แล้วทำไมจะต้องลำบากมาเข้ามหาลัย เรียนจนจบปริญญาโทด้วย นี่ถือเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรการศึกษาอย่างหนึ่ง พอหลังจากนั้นทุกๆ ปีเขาก็จะส่งปูมาให้ ฉันก็กินไปแล้วก็ได้เข้าใจว่าคนคนหนึ่งจะเลือกใช้ชีวิตอย่างไร คนรอบข้างมีสิทธิ์อะไรที่จะไปก้าวก่าย? เพราะอย่างนั้นตอนแรกที่เธอปฏิเสธที่จะอยู่ต่อและออกไปสร้างบริษัท ในใจฉันก็ไม่เห็นด้วยนัก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร” ศาสตราจารย์เจียงว่าอวี่เจ๋อตั้งใจฟังที่อาจารย์ของตนบอก“ฉันไม่ค่อยเห็นด้วยที่นักศึกษาจะก่อตั้งกิจกรรม วัยรุ่นน่ะมีปณิธาน ยังฮึกเหิม มันก็เข้าใจได้ แต่การทำธุรกิจมันจะใช้แค่ปณิธานไม่ได้
ไม่มีประสบการณ์ วันๆ อยู่แต่บนหอคอยงาช้าง ยังไม่ได้ใบปริญญาก็อยากจะออกไปท่องยุทธภพแล้วมันต่างกับการวางแผนยุทธการตามตัวหนังสือตรงไหน? เธอน่ะ ยอดเยี่ยมมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยล้มเหลวมาก่อน มักจะรู้สึกว่าตัวเองคุมทุกอย่างอยู่ แต่เธอรู้หรือเปล่าว่าเรื่องบางเรื่องมันก็ไม่สามารถเปลี่ยนได้เพียงเพราะปณิธานของคนเพียงคนเดียว”“อาจารย์ก็คิดว่าผมควรยอมแพ้เหรอครับ?” อวี่เจ๋อถาม“การยอมแพ้ไม่มีอะไรน่ากลัว เธอลองคิดดีๆ นะ เธอโตมาขนาดนี