เฉินอวี้มองอวี่เจ๋อพลางพูดว่า “กำลังบ่นให้ใครบางคนฟังสินะ”อวี่เจ๋อไม่สนใจเฉินอวี้ เขาสังเกตเยว่หยางอยู่ตลอด หลังจากที่อวิ๋นตั่วเดินออกไป สายตาของเขาก็เอาแต่มองไปที่ห้องนํ้า ไม่ขยับเขยื้อนไปไหนราวกับรูปปั้นเฉินอวี้มองตามสายตาของอวี่เจ๋อไปก็เห็นเยว่หยางเช่นกัน แต่เขาอาจจะเข้าใจผิดไป เพราะเยว่หยางกำลังมองแฟนตัวเองอยู่ จึงอดถามไม่ได้ว่า “เป็นแฟนกันมาสองปีกว่าแล้ว ยังตัวติดกันเหมือนกาวเลยนะ ห่างกันสักแป๊บหนึ่งไม่ได้เหรอ?”อวี่เจ๋อยิ้มอย่างเย็นชา ก้มลงกินหม้อไฟต่อไปในที่สุดอวิ๋นตั่วก็ออกมาแล้ว เธอยืนอยู่ข้างอวี่เจ๋อ ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า“พี่ดูสิเสื้อหนูกลายเป็นแบบนี้เลย ล้างยังไงก็ล้างไม่ออก กลับไปต้องโดนด่าแน่ๆ เลย”“ใครกล้าด่าเธอเหรอ?” เฉินอวี้อดสงสัยไม่ได้“แม่บ้านหลิวกับป้าหวงค่ะ สองคนนั้นขี้บ่นกว่าคุณแม่อีก” อวิ๋นตั่วตอบเฉินอวี้จึงพูดว่า “บ้านของเธอไม่มีกฎเหรอ แม่บ้านกล้าด่าเจ้านายได้ยังไงกัน?”อวี่เจ๋อวางตะเกียบลง “พวกนายกินต่อเถอะ ฉันจะไปส่งเด็กสามคนนี้กลับบ้าน”ขณะที่พูดก็ดึงมืออวิ๋นตั่วเตรียมที่จะออกไปด้านนอก พอจื่อเถิงที่กำลังกินกินอยู่ถูกบอกให้กลับ เขาก็รีบร้องขึ้นว่า “ผมยังกินไม่เสร็จเลยนะ!”“ให้พวกเขากินต่ออีกหน่อยเถอะ” อวี่ซีพูดอวิ๋นตั่วเองก็รู้สึกสงสัยเช่นกัน “นั่นสิคะ ทุกคนมาด้วยกันก็ต้องกลับด้วยกันสิคะ”“ฟ้ามืดแล้ว ถ้ากลับดึกกว่านี้ แม่บ้านหลิว ป้าหวงคงจะผลัดกันด่าเธอแน่ ไม่กลัวหร