ือไง?” อวี่เจ๋อพูดขึ้นจื่อเถิงจึงถือโอกาสนี้นั่งลงกินต่อเซียวเซียวจึงถามขึ้นว่า “ตกลงจะไปไหมเนี่ย?”“ไปสิ” อวี่เจ๋อตอบ“กว่าจะได้ทานสักมื้อไม่ง่ายเลยนะ พี่ยังทำให้หนูทานแบบไม่จุใจอีก”อวิ๋นตั่วบ่นมาตลอดทางอวี่เจ๋อจึงบอกว่า“เธอพูดเหมือนไม่เคยทานอย่างนั้นแหละ”“ยังไงหนูก็รู้สึกว่าพี่แปลกไปนะคะ เหมือนต้องการจะไล่พวกหนูเลย”“ตอนกลางคืนกินเยอะไม่ดีหรอกนะ” เซียวเซียวช่วยอวี่เจ๋อพูดอวี่เจ๋อจึงชมเซียวเซียวขึ้นมาว่า “ดูสิ เซียวเซียวยังเข้าใจอะไรง่ายกว่าเธออีก”“พูดแบบนี้ไม่ได้นะครับ แต่ละคนมีวิธีใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง ผมแค่คิดว่าชีวิตคนเรามันสั้น เวลากินก็ต้องกินให้สะใจไปเลย คุณพ่อบอกไว้ว่าชีวิตคนเราในโลกนี้ทุกอย่างเป็นมายา ข้าวปลาอาหารที่ตกถึงท้องต่างหากที่เป็นของจริง” จื่อเถิงพูดขึ้นอวี่เจ๋อแอบถอนหายใจขึ้นมาในใจ เด็กสามคนนี้ตลกนัก เอะอะก็พูดเรื่องชีวิต แต่ละคนทำอย่างกับมีชีวิตอยู่มาหลายร้อยปี มีประสบการณ์โชกโชน ทำให้เขาละอายใจกับตัวเองจริงๆอวี่เจ๋อพาเซียวเซียวกับจื่อเถิงไปส่งที่บ้านก่อน สุดท้ายค่อยไปส่งอวิ๋นตั่วพอรถจอดที่หน้าประตู อวิ๋นตั่วก็เชิญอวี่เจ๋อเข้าบ้าน “เข้ามานั่งก่อนสิคะคุณแม่พูดตลอดว่าไม่เจอพี่มานานแล้ว บอกว่าที่หนูสอบเข้าโรงเรียนมัธยมอันดับหกได้เป็นความดีความชอบของพี่ เลยจะเชิญพี่มาทานข้าวค่ะ!”“ไม่ล่ะ ดึกแล้ว พี่จะกลับไปรีบนอนสักหน่อย”อวิ๋นตั่วผิดหวังเล็กน้อย หันกลับไปกดกริ่ง“อวิ๋นต