อวิ๋นเฉียวหมดอาลัยตายอยากขึ้นทุกวันชูยินเห็นแล้วเจ็บปวดใจ จึงได้ปรึกษากับอวิ๋นอี้ฟาน “หรือว่าคุณจะไปพบหยูอี้ซินสักหน่อยคะ ไปดูว่าเขามีท่าทียังไงกันแน่ ไม่แน่ว่าอาจจะมีโอกาสก็ได้นะคะ?”ใช่ว่าอวิ๋นอี้ฟานจะไม่รักลูกชายของตัวเอง แม้รู้ชัดว่าความหวังเลือนรางแต่ก็ยังนัดพบหยูอี้ซินผ่านคอนแทคต่างๆนี่ไม่ใช่การพบกันด้วยความยินดีเลย อีกฝ่ายก็วางอำนาจบาตรใหญ่ ส่วนอีกฝ่ายก็หยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีเมื่ออวิ๋นอี้ฟานกลับมาถึงบ้านก็อารมณ์เสีย ที่ตัวเองมาอยู่ในวงการธุรกิจได้อย่างทุกวันนี้นั้น อย่าว่าแต่เรียกฝนเรียกลมได้เลย เขาเป็นบุคคลที่นำแนวโน้มธุรกิจของประเทศด้วยซํ้า แต่วันนี้กลับต้องโดนนักธุรกิจคนอื่นทำให้เสียเกียรติลงอย่างนี้“เขามีอะไรบ้าง ถ้าไม่อาศัยพวกพ้องครอบครัวจนมายืนถึงจุดนี้ได้ ถ้าอาศัยแค่ทำธุรกิจเขาจะมีความสามารถอะไรที่น่าโอ้อวดกัน?”ชูยินให้กำลังใจด้วยนํ้าเสียงที่นุ่มนวล “ด้วยฐานะแบบเขา ถูกประจบมาตั้งแต่เล็กจนโต ที่ไม่เห็นใครอยู่ในสายตานั่นก็เป็นเรื่องปกติค่ะ”“พูดตามความจริงนะ ครั้งแรกผมยังตัดสินเขาจากพวกข่าวลือในสังคมพวกนั้นเลย ทำให้ผมมีลางสังหรณ์ว่าควรรักษาระยะห่างกับคนๆ นี้ไว้จะดีกว่าทีแรกผมก็ไม่มั่นใจกับความคิดนี้หรอก เพื่อลูกชายแล้วผมต้องยอมลดทิฐิลงบ้าง จนกระทั่งวันนี้ได้พบหน้ากันแล้วถึงได้รู้ว่าความคิดผมตอนแรกน่ะถูกแล้วคุณไปพูดกับอวิ๋นเฉียวเลยนะ บอกให้เขาอยู่ห่างๆ บ้านหยูหน่อย
ครอบครัว