อวิ๋นอี้ฟานอยู่ในวงการการค้ามาหลายปีขนาดนี้ จะเป็นกังวลเกินกว่าเหตุได้อย่างไรกัน?คนขับรถของหยูอี้ซินรับจือซ่านไปแล้ว เขาพูดจานอบน้อมมาก “คุณผู้ชายได้ยินว่าคุณหนูไปเป็นแขกอยู่บ้านคนอื่นหลายวันแล้วเกรงว่าจะรบกวน เลยให้ผมมารับคุณหนูกลับบ้านครับ”จือซ่านเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์แล้ว ได้ยินมาว่าเป็นผลจากการที่ซูหรูฉินกับรุ่ยอิ่งทะเลาะกันรุ่ยอิ่งรู้สึกว่านี่คือโอกาสดี จึงพูดเสนอกับหยูอี้ซินก่อนว่าจือซ่านยังไม่คุ้นชินกับการใช้ชีวิตในประเทศจีน ต้องรับเธอมาไว้ข้างกายแล้วดูแลให้ดีซูหรูฉินรู้แล้ว แน่นอนว่ายอมรับไม่ได้ หลายปีมานี้เป็นสงครามนางสนมตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นสงครามแย่งกำลังคนแล้ว ถ้าหยูอี้ซินชอบใครก็ว่าไม่ได้จริงๆ ทุกคนต่างเข้าใจอย่างชัดเจน ถ้าอยากรู้ว่าใครจะได้หัวเราะจนถึงตอนสุดท้าย ก็ต้องดูกันว่าคนที่สนับสนุนอยู่ข้างๆ มีมากน้อยเพียงใดหลังจากจือซ่านเข้าคฤหาสน์ไป อวิ๋นเฉียวกับจือซ่านก็กลายเหมือนเป็นหนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้าเสียแล้ว“บ้านอวิ๋นรากฐานไม่ดี ไม่เหมาะที่จะดองกับบ้านหยูของพวกเราหรอก” หยูอี้ซินพูดกับจือซ่านอย่างตรงไปตรงมา“หลายปีมานี้หนูก็ไม่ได้ใช้ชีวิตในนามของบ้านหยูนะคะ หนูแซ่เก๋อเหมือนคุณแม่ค่ะ ในฐานะที่เป็นลูกสาวนอกคอก หนูไม่รู้สึกว่าอวิ๋นเฉียวไม่เหมาะกับหนูนะ หนูต่างหากล่ะที่ปีนขึ้นไปหาเขา” จือซ่านโต้เถียงด้วยเหตุผลหยูอี้ซินจึงบอกว่า “ลูกคิดอะไรแบบเด็กๆ ยังไม่รู้ว่ารสชาติการแต่งงาน