ายจำเป็นต้องมาพบหน้ากันนะ” สองสามวันนี้ ชูยินคิดแต่เรื่องนี้ตลอด“คุณแม่คิดจะทำอะไรคะ รีบจัดงานแต่งให้พวกเขาเหรอ? พี่หนูเพิ่งอายุเท่านี้เอง ทำไมถึงต้องแต่งงานเร็วขนาดนี้คะ?” อวิ๋นตั่วตกใจ“ต่อให้ไม่แต่งงาน แต่ทั้งสองฝ่ายทำความรู้จักกันไว้ก็เป็นสิ่งจำเป็นนะทำความเข้าใจสักหน่อยว่าที่บ้านทำอะไร เป็นคนแบบไหน ถึงจะเป็นคู่รักที่ซื่อสัตย์ต่อกันจริงๆ เหมือนอย่างตอนนี้ นอกจากรู้ว่าเธอแซ่เก๋อ ชื่อจือซ่านแล้วนอกนั้นก็ไม่รู้อะไรเลย แล้วแม่จะวางใจได้ยังไงล่ะ?”อวิ๋นเฉียวพาจือซ่านไปเจออวี่เจ๋อจนกลับมาแล้ว ประเด็นพูดคุยก็หนีไม่พ้นเพื่อนนักเรียนคนนี้“นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าบริษัทของอวี่เจ๋อจะพัฒนาได้เร็วขนาดนี้! ”อวิ๋นเฉียวมองผู้เป็นพ่อ “คุณพ่อครับ ทำไมไม่ทำอีคอมเมิร์สล่ะ นี่เป็นแนวโน้มที่จะพัฒนาในอนาคตเลยนะครับ!”“เรื่องพวกนี้ให้วัยหนุ่มสาวเขาทำกันเถอะ ถ้าลูกมาที่บริษัท พ่อจะตั้งบริษัทให้สักแห่ง ให้ลูกดูแลอีคอมเมิร์สดีไหม?”“ผมไม่ได้สนใจนี่ครับ แค่วันนี้ได้ไปเห็นบริษัทของอวี่เจ๋อแล้วถึงได้รู้ คุณพ่อไม่ได้ลงทุนตอนแรกถือว่าพลาดแล้วล่ะ”“อวี่เจ๋อน่ะเก่งมาก”ชูยินเพิ่งจะจัดดอกไม้เสร็จ กำลังหาที่จัดวาง เดี๋ยวก็วางบนโต๊ะชา เดี๋ยวก็วางบนตู้ติดผนัง อยากหาสถานที่ดีๆ แต่ตรงไหนก็ไม่ถูกใจไปหมด“จือซ่าน ช่วยน้าดูหน่อยสิจ๊ะว่าวางตรงไหนดี?”จือซ่านชี้ไปตรงตู้เตี้ยตรงหน้าหน้าต่าง แล้วพูดว่า “วางตรงนี้สิคะ โมเดลดอกไม้แบบนี้ สะ