กับเยว่หยางเป็นยังไงบ้าง ทำไมไม่เห็นเธอพาเขามาบ้านเลย รู้จักกันนานขนาดนี้ ไม่อยากพามาบ้านให้พ่อแม่ดูหน่อยเหรอ”“ก็หนูเห็นใจพี่ไง กลัวว่าถ้าพาเขามาบ้านแล้วจะสร้างความกดดันให้พี่”อวี่ซีว่า “ไหนๆ ก็พูดถึงพี่แล้ว หนูมีเรื่องจะพูดกับพี่นิดหน่อย เยว่หยางอยากทำงานพิเศษ ให้เขาไปทำงานบริษัทพี่สักสองเดือนดีไหม?”อวี่เจ๋อส่ายหน้า “เธอก็รู้ว่าบริษัทพี่ยังไม่มีศักยภาพพอจะให้คนมาทำงานพิเศษได้ การทำงานพิเศษคงไม่เหมาะกับบริษัทพี่ อีกอย่างเขาก็จะเรียนจบแล้ว เวลานี้ควรหาที่ฝึกงานไม่ใช่ทำงานพิเศษอะไรนั่น”“พี่ยังไม่ได้เป็นนายทุนสักหน่อย ทำไมถึงพูดจาเหมือนนายทุนเลยล่ะ”อวี่ซีแสดงความไม่พอใจอวี่เจ๋อจึงบอกว่า “ถ้าเขาอยากหางานจริงๆ ตอนนี้แต่ละมหาลัยจัดจ็อปแฟร์เยอะแยะ ทำไมเขาไม่ไปลองดูล่ะ?”“ก็เขาหน้าบางนี่? อีกอย่างเขาก็ไม่ได้ขอหนูด้วย หนูอาสาช่วยเขาเองหนูรู้สึกว่าไม่เป็นไรนี่ ทีแรกพี่ก็อาศัยอวิ๋นเฉียวถึงได้ทำงานเป็นครูสอนพิเศษไม่ใช่เหรอ? หนูได้ยินพี่เจียงหนานบอกว่าตอนนี้บริษัทของพี่กำลังต้องการคนมีความสามารถ ถึงมหาลัยเราจะไม่ได้เก่งเท่ามหาลัยพี่ แต่ก็มีคนแย่งกันสอบเข้าเยอะนะคะ เยว่หยางสอบเข้าได้คะแนนเยอะสุดในอำเภอแล้วนะ ขอร้องนะคะพี่”“ลูกผู้ชาย ถ้าแค่หางานยังหาไม่ได้ แบบนั้นไม่มีความรับผิดชอบเกินไปหรือเปล่า” อวี่เจ๋อดูถูกผู้ที่มีโอกาสจะเป็นน้องเขยในอนาคตอวี่ซีฟังไม่ออกถึงคำแนะนำที่จริงใจของพี่ชาย รู้สึกเพียง