ี่ลืมไปสินะว่าเธออายุสิบสี่แล้ว ตอนเจ็ดขวบก็ออกจากบ้านได้แล้วอายุสิบสี่นี่ยิ่งสมเหตุสมผลกว่าเดิมเลย”“หนูไม่ได้หนีออกจากบ้านซะหน่อย หนูแค่อยากออกมาเที่ยว”“แล้วทำไมไม่บอกกับที่บ้าน?”“ก็กลัวพวกเขาไม่อนุญาตน่ะสิคะ” อวิ๋นตั่วเริ่มยิ้มออกมา “แต่หนูบอกพี่ชายแล้วนะ”“พี่ชายเธอ ยิ่งไม่น่าเชื่อถือเข้าไปใหญ่เลย” อวี่เจ๋อว่า “เธอนี่มันตัดหัวนักโทษก่อนรายงานฮ่องเต้*จริงๆ”“ก็หนูกลัวว่าถ้าขอคุณพ่อคุณแม่แล้วพวกเขาไม่อนุญาต พี่ก็จะไม่พาหนูไปด้วยน่ะสิคะ” อวิ๋นตั่วกระพริบตา ดูท่าทางน่าสงสาร “ปิดเทอมฤดูหนาวหนูไม่เคยได้ออกไปเที่ยวเลย อยู่บ้านมันไม่สนุกเลยจริงๆ นะคะ คุณแม่ก็ใจร้าย ทีแรกคุยกันไว้แล้วว่าจะพาไปอังกฤษ แต่พี่ชายดันไปแอฟริกาแล้วพวกเราเลยต้องยกเลิกทริปกะทันหัน”อวี่เจ๋อมองอวิ๋นตั่ว ไม่รู้จะพูดอะไรไปชั่วขณะอวิ๋นตั่วยืดตัวขึ้น แล้วจัดเก็บกระเป๋าเดินทางของตัวเองต่อไป “พี่ดูสิหนูออกมาแล้ว พี่อย่าโกรธเลยนะคะ หนูรับรองว่าจะไม่ก่อเรื่องให้พี่เดือดร้อนโอเคไหมคะ”อวี่เจ๋อจึงบอกว่า “พี่บอกเธอแล้วว่าพี่มาทำงาน ถ้าเธอมาด้วยพี่ก็ไม่มีเวลาไปเป็นเพื่อนเธอ แล้วอย่างนี้จะตามพี่มาทำไมกัน?”“ก็หนูพอใจนี่น่า พี่ก็ทำธุระของพี่ไป หนูก็จะเที่ยวของหนู”“เด็กคนเดียวอย่างเธอเพ่นพ่านไปทั่ว ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจะทำยังไง?”“ไม่หรอกค่ะ”“พี่อยู่ห้องข้างๆ ถ้ามีเรื่องอะไรก็มาหาพี่ อย่าไปไหนตามอำเภอใจนะ”อวี่เจ๋อจนใจอวิ๋นตั่วพยักหน้าแ