อรู้หรือเปล่า?” อวี่เจ๋อถาม“รู้ค่ะ”“แม่ของเธอจะยอมให้เธอไปยูนหนานคนเดียวอย่างนั้นเหรอ? ทำไมพี่ไม่เชื่อล่ะ?” อวี่เจ๋อไม่เชื่อ“ก็มีพี่อยู่ไม่ใช่หรือไงคะ หนูบอกว่าบริษัทของพี่จัดกรุ๊ปท่องเที่ยว หนูก็ถือเป็นหุ้นส่วนเล็กๆ คนหนึ่งเหมือนกันก็เลยมาเข้าร่วมได้ คุณแม่หนูเชื่อพี่ ก็เลยยอมให้หนูมาค่ะ”อวี่เจ๋อเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งตอนนี้รถไฟออกจากชานชาลาแล้ว อวิ๋นตั่วชูสองมือขึ้น “พี่ดูสิ รถไฟยังทนรอไม่ไหวอยากให้หนูไปด้วยเลย!”อวี่เจ๋อนั่งอยู่กับที่อย่างยอมรับในชะตากรรม“เดี๋ยวเธอจะต้องเสียใจ นั่งไปสักสิบกว่าชั่วโมง เธออย่ามาบอกพี่ว่าเหนื่อยนะ”“ไม่พูดก็ได้ค่ะ”อวิ๋นตั่วหยิบขนมออกมาจากกระเป๋าเป้ แบ่งให้อวี่เจ๋อครึ่งหนึ่ง “ได้ยินมาว่าถ้ากินอาหารบนรถไฟรสชาติจะดีขึ้น พวกเราลองชิมกันหน่อยเถอะค่ะ”อวี่เจ๋อขมวดคิ้ว“นี่ พี่อย่าทำแบบนี้สิคะ ทำเหมือนหนูเป็นตัวปัญหาใหญ่อย่างนั้นแหละ”“เธอก็รู้ตัวนี่”อวิ๋นตั่วโกรธจนเก็บขนมเข้ากระเป๋าเป้ไป “ไม่ให้พี่กินแล้ว! สุนัขกัดหลู่ตังปิน ไม่รู้จักแยกแยะ*”อวี่เจ๋อเห็นว่าอวิ๋นตั่วมีนํ้าตาคลอเบ้า ในใจจึงทนไม่ได้ “โอเคๆ พี่ผิดไปแล้ว เอาอะไรมา ขอพี่ดูหน่อยสิ”“ไม่ให้” อวิ๋นตั่วกระฟัดกระเฟียด“ไม่ให้จริงๆ เหรอ?”“ไม่ให้จริงๆ ค่ะ!”อวี่เจ๋อเอากุมปิดท้องของตัวเองแล้วพูดว่า “ตอนออกมาพี่รีบมาก ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย หิวจริงๆ นะ ไม่รู้ในกระเป๋าอวิ๋นตั่วใส่อะไรไว้บ้าง คงไม่มีของอร่อยอะไ