พอถึงโรงเรียน อวิ๋นตั่วก็โดนจื่อเถิงกับเซียวเซียวสอบปากคำ “คุยกันไว้ดิบดีแล้วแท้ๆ ว่าจะไปเที่ยวชานเมืองด้วยกัน แต่เธอกลับไปจ็อปแฟร์เสียอย่างนั้น รู้ไหมว่าสิ่งที่เธอทำนั้นเขาเรียกว่าอะไร? เขาเรียกว่าการทรยศ! ถ้าเป็นในยุคสงครามเธอก็คือกบฏ ต้องลากไปประหาร รู้หรือเปล่า?”“ขนาดนั้นเลยเหรอ?” อวิ๋นตั่วถูกสีหน้าของทั้งสองคนขู่จนตกใจกลัว“แค่ไม่ได้ไปเที่ยวชานเมืองกับพวกเธอสองคน ก็ต้องถูกประหารแล้วเหรอ?”“ก็ใช่น่ะสิ!” สือเหยียนที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งตลอดอดไม่ไหวพูดขึ้นมา “ถ้างั้นก็ไม่ต้องรับปาก ในเมื่อรับปากแล้ว พูดแล้วก็ต้องทำให้ได้!”อวิ๋นตั่วเมื่อเห็นว่าสีหน้าของสือเหยียนนั้นไม่น่าดูเอามากๆ จึงรีบถามเซียวเซียวกับจื่อเถิง “เธอเป็นอะไรไปน่ะ?”เซียวเซียวจึงบอกว่า “ก็เพราะเธอไง พวกเราทั้งหมดเลยไม่ได้เที่ยว”“ทำไมล่ะ ฉันไม่ไป แต่พวกเธอก็ไปกันเองได้นี่?”“พอเธอบอกว่าไม่ไปแล้ว เทียนอี้ก็ไม่ไปเหมือนกัน พอเทียนอี้ไม่ไป
สือเหยียนก็ไม่ไป สุดท้ายก็เหลือแค่ฉันกับเซียวเซียวสองคน ไปแล้วจะสนุกอะไรล่ะ? ถ้ามีข่าวซุบซิบออกมา มันจะไม่คุ้มนะ!” จื่อเถิงว่า“ฉันมีข่าวซุบซิบกับนายเนี่ยนะ เป็นไปได้เหรอ?” เซียวเซียวถามจื่อเถิงส่งเสียงเอะอะโวยวาย “เป็นข่าวซุบซิบกับฉันแล้วทำไมล่ะ ฉันไม่ดีตรงไหน? อวิ๋นตั่วเธอบอกมาสิว่าฉันแย่กว่าเซียวเซียวตรงไหน?”อวิ๋นตั่วมองดูจื่อเถิงอย่างจริงจัง แล้วก็มองดูเซียวเซียวอย่างจริงจังด้วย“ก็ต่างกัน