รุ่ยอิ่งเริ่มพูดจาหว่านล้อมกับซูหรูฉิน ความหมายในคำพูดของเธอนั้นแสดงออกว่าถ้าจะให้เทียนอี้เข้าไปในบ้านหยู พวกเธอสองแม่ลูกก็ต้องเข้าไปพร้อมกัน เธอเป็นแม่แท้ๆ ของเทียนอี้ หลายปีมานี้แม้จะไม่มีชื่อเสียงอะไร แต่ใครๆ ก็รู้ว่าเธอคือแม่แท้ๆ รู้ว่าเทียนอี้นั้นโตมากับเธอ พวกเธอสองแม่ลูกเหมือนเป็นคนๆ เดียวกันซูหรูฉินโกรธจนทำอะไรไม่ถูกเวลานี้เองคุณครูตาขีดก็โทรมา ซูหรูฉินรู้ทันทีว่าเทียนอี้ทำผิดที่โรงเรียนอีกแล้ว แต่ท่าทางของเธอก็ยังนิ่ง แล้วบอกลาเมื่อเธอเดินออกมาจากคฤหาสน์ คนขับรถก็เปิดประตูรถให้ ซูหรูฉินเข้าไปในรถแล้วสั่งกับคนขับรถว่าให้ตรงไปยังโรงเรียนของเทียนอี้ครูตาขีดก็ไม่เคยพบแม่ของเทียนอี้มาก่อน การเข้าโรงเรียนของเทียนอี้เลขานุการของหยูอี้ซินก็เป็นคนจัดการแทนให้ทั้งหมด ส่วนผู้ปกครองก็เป็นคนส่วนตัวของรุ่ยอิ่ง วันนี้เมื่อได้พบซูหรูฉิน และเธอบอกว่าเป็นผู้ปกครองของเทียนอี้ แน่นอนว่าก็ต้องถูกคิดว่าเป็นแม่ของเทียนอี้ เขาจึงเล่าพฤติกรรมของเทียนอี้ตอนอยู่ที่โรงเรียนออกมาหมดเปลือกซูหรูฉินมีท่าทีจริงใจมาก “เด็กคนนี้ถูกตามใจจนเสียคนน่ะค่ะ เดี๋ยววันนี้ฉันพาเขาไปอบรมสั่งสอนที่บ้าน ให้เขาได้คิดทบทวนให้ลึกซึ้ง”ซูหรูฉินสั่งคนขับรถให้ไปรับเทียนอี้ที่ห้องเรียนเมื่อคนขับรถไปถึงห้องเรียน เทียนอี้ก็รู้สึกแปลกใจมาก เขารู้ว่านี่คือคนขับรถของใคร ถึงแม้จะเป็นคนขับรถ แต่กลับไม่เคยบริการเขามาก่อน พอวันนี้คนขับร