เทียนอี้เมื่อเห็นท่าทางดีอกดีใจของอวิ๋นตั่วแล้วก็นึกสงสัยขึ้นมาว่าเธออาจจะไม่ใช่คน“นายเอามือถือมาไหม?” อวิ๋นตั่วถามเทียนอี้ยังไม่เข้าใจว่าเธอคิดจะทำอะไร แต่เขาก็ล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาส่งให้อวิ๋นตั่วอย่างงงๆ แล้วอวิ๋นตั่วเอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพบาดแผลของตัวเอง
จากนั้นก็ถ่ายภาพฉากใกล้ๆ ตัว ให้เทียนอี้ช่วยถ่ายภาพไกลๆ อีกภาพ แม้แต่ภาพจักรยานของตัวเองก็ถ่ายด้วยเธอส่งโทรศัพท์คืนให้เทียนอี้ “นี่เป็นภาพหลักฐานสถานที่เกิดเหตุ นายช่วยเอาไปให้เสี่ยวฟางดู แล้วลาหยุดแทนฉันที”เมื่อจบคำ อวิ๋นตั่วก็จูงรถจักรยานแล้วเดินกะเผลกจากไป“เธอจะไปไหน?” เทียนอี้เดินตามเธอไป“ก็กลับบ้านน่ะสิ ฉันบาดเจ็บขนาดนี้ ถ้าไม่กลับบ้านไปรักษาตัว นายจะให้ฉันไปเรียนหรือยังไง มันจะไม่ไร้มนุษยธรรมเกินไปหน่อยเหรอ?”“ถ้างั้นฉันไปส่ง”“ไม่ต้องหรอก”เทียนอี้ไม่สามารถปล่อยเธอไปแบบไม่สนใจได้ ท่าทางกะเผลกๆ แบบนี้มันน่าสงสารจริงๆเพราะแบบนั้นเขาจึงตามหลังอวิ๋นตั่วไปโดยที่รักษาระยะห่างประมาณสองเมตรเมื่อทั้งสองเดินมาจนถึงซอยเล็กๆ ก็มีคนสามคนปรากฏตัวออกมาจากด้านหลังของบ้านหลังหนึ่ง ทำเอาอวิ๋นตั่วใจกระตุก เมื่อจำได้ว่าพวกเขาเป็นอันธพาลสามคนที่เธอมีเรื่องด้วยในวันนั้น“น้องสาว บาดเจ็บมาเหรอ?”อวิ๋นตั่วมองคนตรงหน้า จากนั้นก็มองประเมินสภาพแวดล้อมโดยรอบซอยเล็กๆ นี้เงียบมาก เวลาแบบนี้เกรงว่าตะโกนจนคอแทบแตกก็คงไม่มีใครได้ยินอวิ๋นตั่วหัวเราะ “ฮ่าๆ เป็น