ถส่งสัญญาณมือให้เธอ เหมือนเป็นการยั่วยุแบบหนึ่ง แน่นอนว่าอวิ๋นตั่วไม่ยอมแพ้ สองเท้าปั่นจักรยาน พยายามตามรถยนต์ของจื่อเถิงให้ทัน จนขี่มาถึงทางลาดพอดี เป็นทางลาดที่ยาวมากๆ อวิ๋นตั่วชอบถนนสายนี้ที่สุด เพราะเธอไม่ต้องออกแรงเยอะ ทั้งยังได้สัมผัสถึงลมที่พัดผ่านไหล่เธอได้ด้วย เธอเคยเขียนเรียงความบทหนึ่งชื่อว่า ‘ฉันเห็นร่างกายของสายลม’ จนได้ลงหนังสือพิมพ์ด้วย สิ่งนี้ทำให้ฟางเจี้ยนเวยดีใจมาก จนเธอต้องตัดใส่กรอบเอาไว้ บทความแรกของนักเรียนที่ได้ตีพิมพ์ตั้งแต่เธอมาเป็นคุณครู ควรค่าแก่การเก็บเป็นที่ระลึกมากอวิ๋นตั่วบอกว่า “ที่ห้องหนังสือของคุณพ่อหนูก็มีกรอบกระจกแบบนี้เหมือนกันค่ะ ถ้าในอนาคตหนูดังขึ้นมา งานเขียนที่คุณครูกับคุณพ่อเก็บไว้จะมีค่ามาก ไม่แน่อาจจะขายได้ราคาสูงเลยนะคะ”ฟางเจี้ยนเวยว่านักเรียนคนนี้ช่างยากแท้หยั่งถึง พอได้อ่านงานเขียนของเธอ จะรู้สึกว่าเธอนั้นโรแมนติกมาก แต่เมื่อพอได้ฟังเธอพูด ก็รู้สึกว่าเธออยู่กับความเป็นจริง ถือเป็นคนที่ขัดแย้งในตัวเอง“อวิ๋นตั่ว ฉันไปรอเธอที่ห้องเรียนนะ!” จื่อเถิงโผล่หัวออกมาจากรถแล้วโบกมือให้อวิ๋นตั่ว รถยนต์ขับแซงเธอไป สักพักก็หายลับตาไปแล้วขณะที่อวิ๋นตั่วกำลังโมโหอยู่นั้น เธอก็เห็นเทียนอี้นำสองมือยัดใส่กระเป๋ากางเกงตัวเอง แล้วแฉลบผ่านตัวเธอไป จากนั้นก็ตั้งใจชูมือขึ้น ทำท่าโบยบินโอ้อวดอวิ๋นตั่วไม่น่าเชื่อว่าเขาจะขี่จักรยานแบบปล่อยสองมือได้ สิ่งนี้ทำให้อ