ก็ไปที่นั่นแหละ ดีไหม?”“มันจะอันตรายไปหน่อยหรือเปล่า”“มันก็เป็นการผจญภัยอย่างนึงไง” คำคำนี้กลับทำให้หัวใจที่รักการผจญภัยของอวิ๋นตั่วตื่นเต้นขึ้นมาแล้วเธอโทรศัพท์หาจื่อเถิงให้เขาขี่จักรยานมารอที่หน้าบ้านเธอ ยังไม่ทันที่จื่อเถิงจะเข้าใจ เขาก็ขี่รถมาถึงหน้าบ้านของอวิ๋นตั่วแล้ว เขากดกริ่ง จากนั้นอวิ๋นตั่วกับเซียวเซียวก็จูงจักรยานออกมา“จะไปไหนกัน?”“ไปผจญภัยกัน เห็นซอยเล็กๆ ที่ไหนก็เลี้ยวเข้าไปที่นั่น” อวิ๋นตั่วดูตื่นเต้นมาก เธอไม่เคยท่องเที่ยวแบบนี้มาก่อนเลยเซียวเซียวตามไปทางด้านหลังอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก และพยายามที่ห้ามปรามเพื่อนของตัวเอง “เราแค่ลงเขาไปก็พอมั้ง อย่าไปไกลนักเลย”“ฉันได้ยินอวี่เจ๋อบอกว่าซอยเล็กๆ ของเมืองนี้สวยมาก ถนนแต่ละสายนั้นมีเอกลักษณ์ของตัวเอง มีทั้งที่เงียบสงบ มีทั้งสว่างไสว มีทั้งอึมครึม มีทั้งเปลี่ยว มีทั้งแคบและยาว”จื่อเถิงว่า “คำก็อวี่เจ๋อบอก สองคำก็อวี่เจ๋อบอก อวี่เจ๋อพูดอะไรเธอก็เชื่อไปซะหมด ถ้าจะพูดนะซอยพวกนี้ พอฝนตก ก็จะมีคนถือร่มกระดาษนํ้ามันเดินช้าๆ กลางสายฝน ขี่รถ……”จื่อเถิงยังไม่ทันที่จะพูดจบก็เห็นว่าอวิ๋นตั่วขี่จักรยานลงเขาไปแล้วเซียวเซียวตะโกนตามหลังไป “รอฉันด้วยสิ!”“ฉันด้วย” จื่อเถิงอยู่หลังสุดในตอนบ่ายเช่นนี้ แสงสว่างที่ส่องมาค่อนข้างเลือนราง รถจักรยานของทั้งสามขี่ไปข้างหน้าอย่างไม่รีบร้อน ซอยที่ทั้งแคบและยาวอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของการผจญภัยที่อวิ๋นตั่