พออวิ๋นตั่วได้เงินแล้วก็โทรหาอวิ๋นเฉียวทันที เมื่อได้เงินแล้วอวิ๋นเฉียวก็ขอบอกขอบใจมาตาสาย “น้องสาว เธอช่วยพี่ได้จริงๆ ด้วย ต่อไปถ้ามีเรื่องอะไรขอแค่บอกมา ถึงจะบุกนํ้าลุยไฟพี่ก็จะช่วยเธอให้ได้”“จะมีเรื่องอะไรที่หนูทำไม่ได้จนต้องให้พี่ต้องบุกนํ้าลุยไฟมาช่วยล่ะคะ”อวิ๋นตั่วพูดขึ้นอย่างดูถูกอวิ๋นเฉียวกลอกตา “พี่จะบอกอะไรให้นะน้องสาว สุภาษิตบอกไว้ว่า„กินข้าวเยอะน่ะอร่อย แต่พูดมากไปน่ะมันไม่ดี‟ เธอดูถูกพี่แบบนี้ พี่ชายจะพยายามอย่างหนัก วันนั้นโลกจะต้องสั่นสะเทือนแน่”“ขอร้องล่ะค่ะพี่ ช่วยทำให้โลกสะเทือนทีเถอะ!”อวิ๋นเฉียววางสายไปด้วยความโมโห ถูกน้องสาวดูถูกนี่มันน่าโมโหจริงๆอวิ๋นตั่วถือโทรศัพท์ไว้แล้วหัวเราะออกมาชูยินเข้ามา เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของลูกสาวแล้วจึงเอ่ยถาม “ทำอะไรอยู่คนเดียวน่ะ?”“คุยโทรศัพท์กับพี่ค่ะ”“อวิ๋นเฉียวโทรมาเหรอ ทำไมไม่เรียกแม่มาคุยด้วยล่ะ”“แม่รับสายแล้วก็พูดไม่หยุด พี่ไม่อยากคุยด้วยหรอกค่ะ”“อกตัญํูจริงๆ เลย แม่คลอดพวกลูกออกมาเสียเปล่าจริงๆ” ชูยินเสียใจ “เซียวเซียวมาแล้ว รออยู่ข้างล่างแน่ะ”อวิ๋นตั่วรีบวิ่งลงไปข้างล่างทันที ขณะที่ชูยินกำลังจะตามออกไปนั้นโทรศัพท์ที่อวิ๋นตั่วโยนไว้บนเตียงก็ดังขึ้นเสียก่อน “คิดถึงความสนิทสนมกันในยามเด็ก เราสองคลอเคลียอย่างไร้เดียงสาทุกวันคืน……”ชูยินได้ฟังแล้วก็รู้สึกคุ้นหูขึ้นมา แวบแรกเธอยังนึกไม่ออกว่าเป็นเสียงใครคิดถึงแต่ที่อวิ๋นตั่วเพิ่