งบอกว่าคุยโทรศัพท์กับอวิ๋นเฉียว แล้วก็สงสัยว่าสายนี้จะเป็นอวิ๋นเฉียวโทรมาอีกหรือเปล่า ขณะที่กำลังจะรับนั้น อวิ๋นตั่วก็กระโดดไปที่เตียงราวกับเสือหิวขยํ้าเหยื่อ พอเห็นว่าเป็นอวิ๋นเฉียว เธอก็หงุดหงิดขึ้นมา“ฮัลโหล……”“น้องสาว เงินนั่นเธอไปโกหกว่ายังไงถึงได้มา?”“แม่ก็อยู่นี่ด้วย พี่จะถามแม่เองไหมล่ะ?”อวิ๋นเฉียวที่อยู่ปลายสายตกใจจนเลือดแทบตีกลับ ขณะที่กำลังจะวางสาย ชูยินก็แย่งโทรศัพท์จากมืออวิ๋นตั่วไป “อวิ๋นเฉียว นี่แม่เองนะ ลูกอยากถามอะไรแม่เหรอ?”“แม่สบายดีหรือเปล่าครับ” อวิ๋นเฉียวรีบปรับตัวตามสถานการณ์ทันทีชูยินรู้สึกตื้นตันใจมาก “แม่สบายดี ลูกอยู่นั่นต้องดูแลตัวเองดีๆ นะ อย่าเอาแต่เที่ยวเล่น ดื่มเหล้าให้น้อยๆ หน่อย แม่อยู่บ้านนอกจากเล่นไพ่ก็ไม่มีอย่างอื่นต้องทำแล้ว ถ้าลูกว่างก็โทรกลับมาบ่อยๆ ล่ะ”“รู้แล้วครับ ต่อไปผมจะโทรหาบ่อยๆ งั้นผมไปเรียนแล้วนะ แค่นี้นะครับ!”ชูยินยังไม่ทันได้พูดอะไร อวิ๋นเฉียวก็วางสายไปเสียแล้ว เช่นนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกเศร้าขึ้นมา “นึกจะวางก็วาง แม่ยังพูดไม่ทันจบเลย!”อวิ๋นตั่วถือโทรศัพท์วิ่งลงไปชั้นล่าง โดยมีเสียงของชูยินไล่ตามหลังมา“เมื่อกี้เสียงโทรศัพท์ลูกแปลกๆ นะ เก่ามากเลย ใครอัดให้น่ะ?”“ไม่บอกหรอกค่ะ”“ทำไมถึงบอกแม่ไม่ได้?” ชูยินรู้สึกว่าคนเป็นแม่อย่างเธอนี่ไม่มีที่ยืนเลยจริงๆ ลูกสองคนก็ล้วนแต่เก็บซ่อนเรื่องราวไว้ในใจ “แม่เป็นแม่ของลูกนะ”“แต่แม่ก็ไม่ต้องรู้ทุกเรื