“แม่คะ ที่โรงเรียนมีการบริจาคเงิน แม่เอาบัตรให้หนูได้ไหม?” อวิ๋นตั่วคิดอยู่สามวันก็ยังคิดอะไรดีๆ ไม่ออกอวิ๋นเฉียวเองก็เร่งมาตามสายโทรศัพท์ “เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ถ้าช้ากว่านี้ก็จะผ่าตัดไม่ได้แล้วนะ”“แล้วทำไมพี่ไม่พาเธอไปผ่าก่อนล่ะ หรือพี่ไม่มีแม้แต่เงินผ่าตัด?”อวิ๋นตั่วโมโห“แดนนี่ไม่ยอมไป เธอบอกว่าต้องเห็นเงินก่อนถึงจะไปโรงพยาบาล”อวิ๋นเฉียวว่าเมื่อไม่มีทางเลือก อวิ๋นตั่วจึงจำต้องพูดโกหกไปโรงเรียนมักจะจัดกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนร่วมบริจาคเงิน เพื่อให้รู้จักการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ชูยินจึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรกับเรื่องการบริจาคนี้นัก“เข้าไปในห้องแม่ ในกระเป๋ามีเงินสดอยู่ห้าพันหยวน ลูกเอาไปได้เลยจ้ะ”“คราวนี้มันค่อนข้างพิเศษนิดนึงน่ะค่ะ เป็นการบริจาคให้กับองค์กรระหว่างประเทศที่ช่วยเหลือเด็กยากจน หนูคิดว่าคงจะให้ประเทศเราขายหน้าไม่ได้ หนูก็เลยบอกไปว่าจะบริจาคหนึ่งแสน”“เท่าไหร่นะ!?” ชูยินร้องออกมา “เด็กโง่ ลูกคิดว่าเงินของบ้านเราลอยมากับลมหรือยังไง?”อวิ๋นตั่วก้มหน้าลง สองมือไพล่หลัง เท้าข้างขวาวาดเป็นวงกลมลงที่พื้น“แต่ว่าหนูพูดไปแล้วนี่คะ ถ้าแม่ไม่ให้ หนูจะกลายเป็นคนไม่น่าเชื่อถือนะคะ”ชูยินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เมื่ออวิ๋นตั่วเห็นแบบนั้นแล้วก็เริ่มลนลานขึ้นมาทันที “แม่จะทำอะไรคะ?”“แม่จะโทรไปถามครูของลูกว่าบริจาคน้อยกว่านี้ได้ไหม”อวิ๋นตั่วรีบแย่งโทรศัพท์มา “ถ้าแม่โทรไปแล้วครูจะมองหนูยังไงคะ
คุณครูจ