ะมองบ้านเรายังไง คราวก่อนหนูได้อ่านที่นิตยสารสัมภาษณ์คุณพ่อบรรยายเสื้อผ้าตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ทั้งหมดนั่นราคาไม่ตํ่ากว่าหนึ่งล้านนะคะ นิตยสารนั่นคุณครูก็ได้อ่านด้วยตอนนี้หนูจะบริจาคหนึ่งแสน แม่ก็เสียดาย นั่นน่ะเป็นองค์กรช่วยเหลือเด็กยากจนเลยนะคะ คุณครูก็จะคิดเอาได้ว่าแค่ซื้อเสื้อผ้าซื้อกระเป๋าน้อยลงหน่อย แม่กลับไม่เต็มใจจะทำ แบบนั้นมันจะไม่เป็นการทำให้คนคิดว่าเราเป็นคนใจจืดใจดำหรอกเหรอคะ? อีกอย่าง แม่ได้อ่านข่าวหรือเปล่าว่าหลายๆ ที่ในโลกยังมีเด็กอีกมากมายที่กินไม่อิ่ม เสื้อผ้าก็ไม่อุ่น เพื่ออาหารสักคำขนาดเด็กตัวเล็กๆ ก็ยังต้องออกไปทำงานต้องเดินทางไกลมาก แถมยังถูกคนรังแกบ่อยๆ แม่เองก็เป็นแม่คน คิดถึงแม่ของเด็กเหล่านั้นแล้ว พวกเธอจะอยากเห็นลูกๆ ของตัวเองต้องลำบากแบบนั้นหรือเปล่าคะ เราใช้กำลังแค่เล็กน้อย ทำให้ความทุกข์ยากบนโลกใบนี้น้อยลงอีกหน่อย ก็ถือเป็นบุญกุศลนะคะ”ชูยินมองปากเล็กๆ ของอวิ๋นตั่วยามอ้าปากพูดแล้วก็ฟังไม่ชัดว่าเธอพูดว่าอะไร รู้เพียงแต่ว่าไม่สามารถหาอะไรมาขัดความคิดเธอได้ป้าหวังที่กำลังเก็บโต๊ะอยู่ เมื่อได้ยินอวิ๋นตั่วพูดเข้า สองมือก็เช็ดกับผ้ากันเปื้อนแล้วชะงักไป “ปากเล็กๆ นี่ช่างพูดขึ้นทุกวันเลยนะคะ”“หรือว่าป้าหวงคิดว่าหนูพูดไม่ถูกคะ?” อวิ๋นตั่วถามป้าหวงคิดอยู่ครู่หนึ่งถึงได้เอ่ยออกมาว่า “พูดมีเหตุผลมากค่ะ”อวิ๋นตั่วเข้าไปดึงมือของชูยิน “แม่ดูสิคะ แม้แต่ป้าหวงยังคิดว่าห