นตั่ว เคาะประตู แต่ว่าก็ไม่มีเสียงตอบรับ“อวิ๋นตั่ว!” ชูยินเรียกไปพร้อมกับผลักประตูเข้าไปด้วยอวิ๋นตั่ววิ่งออกมาจากห้องนํ้า ก่อนที่จะเอ่ยตำหนิ“ทำไมแม่ไม่เคาะประตูคะ?”“แม่เคาะตั้งนานแล้ว แต่ลูกไม่ขานรับสักที”“หนูเข้าห้องนํ้าอยู่ค่ะ”“นานขนาดนั้นเลยเหรอ?”“ใช่ค่ะ”“ไปกินอะไรไม่ดีมาใช่ไหม วันนี้ไปกินอะไรกับครูหลิวมา?”“กินที่โรงอาหารมหาลัยของครูค่ะ”“โรงอาหารมหาลัยเขาไม่ค่อยให้ความสำคัญกับอาหารหรอกนะ” ชูยินว่า“ถ้าคุณครูที่โรงอาหารมาได้ยินคำพูดของแม่เข้าต้องไม่พอใจแน่ๆ อย่างน้อยอาหารในโรงอาหารของเราก็พิถีพิถันมากนะคะ”“ค่าอาหารเทอมล่ะตั้งสองหมื่น ถ้าไม่พิถีพิถันน่ะสิ แม่จะร้องเรียนเขา!”ชูยินอุทาน“ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแม่ก็ออกไปได้แล้วค่ะ หนูยังทำการบ้านไม่เสร็จเลย”ชูยินมองนาฬิกาปลุกเล็กๆ บนโต๊ะของอวิ๋นตั่ว “สองทุ่มแล้วยังทำไม่เสร็จอีกเหรอ? แบบนี้จะนอนไม่พอเอานะ”“ไม่เป็นไรหรอกคะ หนูค่อยงีบพรุ่งนี้ตอนกลางวันก็ได้”“ตอนกลางวันจะงีบได้ยังไง?”อวิ๋นตั่วรู้ตัวว่าตัวเองเผลอหลุดปากออกไปเสียแล้ว ก็ได้แต่แลบลิ้นแล้วว่า “ช่วงพักไงคะ แม่ไม่เคยอ่านหนังสือเหรอ งานวิจัยล่าสุดบอกว่า หลับตาพักผ่อนหนึ่งนาทีก็เท่ากับการนอนหลับหนึ่งชั่วโมงเลยนะ”“จริงเหรอ? แม่ไม่เห็นจะเคยได้ยินเลย”“ถ้ามีเวลาแม่ก็อ่านหนังสือพิมพ์บ้างสิคะ ไม่ใช่เอาแต่เล่นไพ่นกกระจอกทั้งวัน ไม่อย่างนั้นจะตามโลกไม่ทันเอานะ”ชูยินแอบรู้สึกอายนิดๆ “นี่ลูกกำลั