พอกินอิ่ม ฟ้าก็มืดลงแล้ว ชีซิงกับเฉินอวี้กลับหอพัก ส่วนอวี่เจ๋อก็กำลังจะไปส่งอวิ๋นตั่วกลับเพิ่งจะเดินออกจากร้านหม่าล่าทั่ง ก็เห็นหลินเพียวเพียวแล้วชีซิงกับเฉินอวี้ยืนหัวเราะอยู่ด้านข้าง “รถไฟชนกันซะแล้ว!”“อวี่เจ๋อ พอจะมีเวลาไหม ฉันมีธุระจะคุยกับนายหน่อย”หลินเพียวเพียวถามอวี่เจ๋อมองอวิ๋นตั่วที่อยู่ข้างกายของเขา“ฉันจะไปส่งอวิ๋นตั่วกลับบ้านน่ะ”“ถ้างั้นเดี๋ยวฉันนั่งรอในร้านกาแฟข้างมหาลัยของนายนะ” หลินเพียวเพียวบอก“เพิ่งกินหมาล่าทั่งมา ไม่อยากดื่มกาแฟค่ะ” อวิ๋นตั่วพูด “หนูรู้จักที่ดีๆอยู่ที่หนึ่ง เดี๋ยวหนูพาพวกพี่ไป”อวิ๋นตั่วพูดไปพลางเข็นจักรยานไปด้านหน้า เมื่อหันกลับไปมอง ก็ไม่เห็นว่าอวี่เจ๋อกับหลินเพียวเพียวจะเดินตามมา จึงพูดเร่งเร้า “มาสิคะ ไม่ต่องห่วงหรอก พวกพี่คุยกันไปเถอะ หนูไม่แอบฟังหรอกค่ะ”เฉินอวี้จับอวิ๋นตั่วเอาไว้ “เธอตั้งใจจะป่วนใช่ไหม มองก็รู้แล้วว่าเขาต้องการคุยเรื่องส่วนตัว”ชีซิงจึงพูดกับอวี่เจ๋อว่า “นายคุยกับเพียวเพียวไปเถอะ เดี๋ยวฉันไปส่งอวิ๋นตั่วเอง”“แต่หนูไม่อยากให้พี่ไปส่ง” อวิ๋นตั่วเริ่มไม่กล้าขึ้นมาเสียแล้วชีซิงจึงใช้สองมือเท้าเอวแล้วพูดว่า “มีคนไปส่งก็ดีแค่ไหนแล้ว ยังจะมาเรื่องมากอีก”“หนูไม่สนิทกับพี่นี่คะ ถ้าเกิดพี่เป็นคนเลวขึ้นมาจะทำยังไง?” อวิ๋นตั่วว่าชีซิงโมโหจนเงียบไปเฉินอวี้ช่วยชีซิงทวงคืนความยุติธรรม “อวิ๋นตั่วเธอพูดแบบนี้จะใจร้ายเกินไปแล้วนะ ครั้งก่อนชีซิงซ