งสิ!” อวิ๋นตั่วรู้สึกว่าเธอต้องถ่ายทอดประสบการณ์การต่อสู้หลายปีของตัวเองให้เทียนอี้บ้างแล้ว “ก่อนหน้านี้นายอยู่ต่างประเทศมาตลอด คงไม่รู้สถานการณ์ภายในของเราสินะฉันจะบอกอะไรให้ ที่นี่น่ะคุณครูมีอำนาจมาก ถ้าครูพูดอะไร เราก็ต้องทำ ไม่อย่างนั้นนายจะตายอย่างอนาจเลยล่ะ”เทียนอี้ไม่ได้ซาบซึ้งในนํ้าใจเลยแม้แต่น้อย “ฉันเป็นคนซื่อสัตย์ไม่เหมือนกับคนบางคนที่หาตัวช่วย ที่เธอทำมันเป็นการโกหกรู้ไหม? การที่เธอทำไม่ได้นั้นเป็นปัญหาทางความรู้ แต่การโกหกเป็นปัญหาของนิสัย เธอว่าอันไหนน่ารังเกียจมากกว่ากันล่ะ?”อวิ๋นตั่วรู้สึกว่าเทียนอี้อยู่ต่างประเทศมากจนปัญญาอ่อนไปเสีบแล้ว“เดี๋ยวพรุ่งนี้นายก็จะรู้เองว่าอะไรที่น่ารังเกียจกว่ากัน”อวี่เจ๋อยืนดูนาฬิการออยู่ด้านนอก จนอวิ๋นตั่ววิ่งออกมา“ชีซิงกับเฉินอวี้โทรมาหลายสายแล้ว พวกเขารอกันนานแล้ว” อวี่เจ๋อว่า“มีอะไรเหรอคะ?”“พวกเขาจะเลี้ยงข้าวเธอน่ะ”“ทำไมล่ะคะ?”“เราได้เงินลงทุนแล้ว” อวี่เจ๋อหัวเราะ“จริงเหรอคะ!” อวิ๋นตั่วดีใจมากกว่าอวี่เจ๋อเสียอีก “ถ้างั้นก็ควรฉลองกันหน่อยแล้ว ไปกินข้าวที่ไหนคะ?”