หยางซินหัวเดินออกมาจากหลังโต๊ะทำงาน พอทั้งสองจับมือทักทายกันแล้ว ก็นั่งลงบนโซฟาหยางซินหัวมองนาฬิกาข้อมือครู่หนึ่ง “เจ็ดโมงห้าสิบเก้า เร็วไปสามนาที”“ถ้าคุณพบผมที่ชั้นสามสิบสี่ คาดว่าเวลาคงพอดีครับ” อวี่เจ๋อกล่าวหยางซินหัวจึงพูดว่า “วันนี้ผมนัดไว้สิบสองคน มีแค่คุณคนเดียวที่รู้ว่าจะต้องเดินขึ้นบันไดมา”“ผมไม่ค่อยชินกับการรอคอยโอกาสครับ” อวี่เจ๋อพูดขึ้นหยางซินหัวพยักหน้าแล้วพูดว่า “คนหนุ่มสาวมีแรงผลักดัน นั่นถือเป็นเรื่องดี แต่คุณเคยคิดหรือเปล่าว่าถ้าคุณมาได้ครึ่งทางแล้วไฟมาพอดีล่ะ? อีกสิบเอ็ดคนที่รออยู่ข้างล่าง ก็จะถึงจุดหมายปลายทางก่อนคุณ ถ้าแบบนั้นคุณก็เสียแรงเปล่าแล้ว”“ผมเชื่อว่าการที่เราทุ่มเทจะไม่มีทางเสียแรงเปล่าครับ” อวี่เจ๋อตอบพอหยางซินหัวรับแผนนำเสนอโปรเจคของอวี่เจ๋อมาแล้ว เขาก็อ่านดูอย่างละเอียดแล้วพูดว่า “แผนนำเสนอโปรเจคของคุณยังไม่ถือว่าสมบูรณ์นะ”อวี่เจ๋อจึงพูดว่า “คุณอยู่ในแวดวงธุรกิจมานานขนาดนี้จนมาถึงตำแหน่งอย่างทุกวันนี้ได้ ผมคิดว่าไม่ใช่เป็นว่าเพราะโปรเจคที่สมบูรณ์แบบหรอกครับ แผนการนั้นไม่สามารถที่จะตามการเปลี่ยนแปลงได้ทัน โปรเจคดีๆหนึ่งโปรเจค บวกกับความสามารถในการปรับตัวและตัดสินใจได้ทันเวลาต่างหากล่ะครับ ถึงจะเป็นหลักสำคัญของความสำเร็จ”“คุณรู้สึกว่าโปรเจคของคุณดีมากใช่ไหม?”“อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังไม่มีใครมาแบ่งเค้กก้อนนี้ไป ก็เหมือนกับผมเป็นคนแรกที่ได้กินปูครับ”“ได้กินป