วันต่อมา พออวี่เจ๋อไปส่งอวิ๋นตั่วที่โรงเรียนแล้ว เขาก็รีบกลับมาเปลี่ยนชุดที่มหาลัยขณะที่เฉินอวี้กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงนั้น ชีซิงก็กลับมาจากวิ่งที่สนาม“อวี่เจ๋อ เช้าขนาดนี้นายออกไปไหนมา?” ชีซิงถาม“ฉันไปส่งอวิ๋นตั่วที่โรงเรียน”“อวิ๋นตั่วไปเรียนต้องให้นายไปส่งด้วยเหรอ บ้านของเธอก็มีคนขับรถไม่ใช่เหรอไง อีกอย่างนายเป็นครูสอนพิเศษเธอนะ ไม่ใช่องครักษ์”“เธอตั้งใจที่จะขี่จักรยานไปโรงเรียนเอง บนถนนรถเยอะขนาดนั้น ฉันไม่วางใจ ก็เลยรับปากว่าจะไปส่งเธอ” อวี่เจ๋อว่าชีซิงหยิบกะละมังกับผ้าเช็ดตัวเตรียมที่จะไปอาบนํ้า “ฉันว่านายน่ะอยู่ดีไม่ว่าดี จากมหาลัยเราถึงบ้านเธอ ต้องอ้อมถนนตั้งกี่สายกัน?”“ฉันไม่พูดกับนายแล้ว ไม่งั้นไม่ทันแน่”อวี่เจ๋อหยิบแผนนำเสนอโปรเจคกับโน๊ตบุ๊คยัดใส่กระเป๋า และรีบวิ่งออกข้างนอกไปชีซิงบ่นพึมพำออกมาคำหนึ่ง “เจ้าโง่!”เฉินอวี้ลุกขึ้นนั่งอยู่บนเตียงพลางพูดว่า “ใครเป็นไอ้โง่ห๊ะ ใครเป็นไอ้โง่?”ชีซิงมองเขาด้วยสีหน้าตกใจแล้วเอ่ยถามขึ้นมา “หมายความว่าไง?”เฉินอวี้ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง “ฉันฝันไปนี่เอง ฉันฝันว่าหมดหวังเรื่องลงทุนแล้ว ไม่ใช่แค่หมดหวังอย่างเดียวนะ เขายังไล่พวกเราออกมาอีกคนที่ไล่ก็ตะโกนด่าพวกเราด้วย บอกว่าพวกเราเป็นไอ้โง่”ชีซิงโยนกะละมังทิ้ง แล้วรีบเอามือปิดปากเฉินอวี้ไว้ “ตอนเช้าตรู่อย่าพูดสิ่งอัปมงคลแบบนี้สิ! ปกติเวลากินข้าวยังต้องดูดวง แล้ววันสำคัญแบบนี้นายดันไม่ถือซะอ