ย่างนั้น”เฉินอวี้จึงรีบพูดขึ้น “ฝันร้ายกลายเป็นดี ฝันร้ายกลายเป็นดี คุ้มครองอวี่เจ๋อให้ทุกอย่างราบรื่น”อวี่เจ๋อไปถึงตึกใหญ่ของหัวหยวนแล้ว พอเขาเดินเข้าไป ก็เห็นคนสิบกว่าคนรออยู่ที่นั่นแล้ว เมื่อมองดูนาฬิกาก็เห็นว่าเป็นเวลาเจ็ดโมงครึ่งแล้ว ทุกคนดูรีบร้อนมาก พากันล้อมที่เคาน์เตอร์แล้วถามไม่หยุดว่า เมื่อไรไฟจะมาพอไปถามที่เคาน์เตอร์ เขากลับตอบคำถามสามคำถามไม่ได้ หนึ่ง..ไม่รู้ว่าไฟจะมาเมื่อไหร่ สอง..ไม่รู้ว่าประธานหยางจะมาหรือเปล่า และสาม..มีการแจ้งเวลาครั้งอื่นหรือเปล่าก็ไม่รู้เช่นกัน“ประธานหยางอยู่ชั้นไหนครับ?” อวี่เจ๋อถามในที่สุด เคาน์เตอร์ก็ตอบคำถามนี้ได้สักที “ชั้นหกสิบหกค่ะ”ผู้คนด้านข้างมองอวี่เจ๋อด้วยความประหลาดใจ “พ่อหนุ่ม หรือนายอยากจะคลานขึ้นไปล่ะ ล้มเลิกความคิดนี้ซะเถอะ ชั้นหกสิบหกนะ ยังไม่ทันขึ้นไปถึงหรอก เป็นอัมพาตก่อนพอดี”อวี่เจ๋อมองนาฬิกาข้อมืออยู่ครู่หนึ่ง ยังเหลือเวลาอีกยี่สิบเจ็ดนาที เขาตัดสินใจที่จะลองดู แบกกระเป๋าแล้ววิ่งไปที่บันได เพียงอึดใจเดียวก็วิ่งถึงชั้นสิบสองแล้ว ขาก็ยิ่งหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ตอนถึงชั้นที่สิบแปด เขารู้สึกว่าเหมือนเท้าของเขาโดนเทตะกั่วใส่ไม่มีผิด เขาหอบเฮือกใหญ่ ประคองราวบันได้ไว้แต่ละก้าวล้วนยากลำบากมากเขาอดทนต่อไป พอเดินขึ้นไปได้สักพัก ก็เงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าเป็นชั้นที่สามสิบแล้ว พอมองดูนาฬิกา ก็เป็นเวลาเจ็ดโมงสี่สิบแปดพอดี ยังเหลือเวลาอีกยี่ส