กเขาเรื่อยๆ จนรู้สึกน่ารำคาญบางครั้งเมื่อเฉินอวี้ปัดมือ ก็เหมือนกับแมวตาบอดที่จับหนูได้ ไม่น่าเชื่อว่าจะตบยุงตายได้หนึ่งตัว “นายดูสิ นี่วิทยายุทธ์ฟังเสียงแล้วตบยุง อยากเรียนไหมล่ะ?”“ไปตายซะดีกว่า ฝีมือแค่จิ๊บจ๊อยยังจะกล้ามาโชว์ต่อหน้าฉันอีก อยากเห็นฉันเฉาะยุงตายไหมละ”“นายลองทำให้ดูสักตัวสิ!”ชีซิงใช้มือเฉาะลงไปทีหนึ่ง ยุงไม่หายไปแม้แต่นิดเดียว เสียงร้องของยุงยิ่งดังหึ่งหึ่งมากกว่าเดิม“พลาดแล้วล่ะสิ?” เฉินอวี้ยิ้มเจ้าเล่ห์“เจียงหนานออกมาแล้ว” ชีซิงพูดขึ้น“หาข้ออ้างให้มันมีชั้นเชิงกว่านี้หน่อยสิ ตอนนี้เธอกำลังนอนอยู่ในอ้อมอกของอวี่เจ๋อ กินเชอร์รี่ด้วยกัน คุยเรื่องชีวิตทั่วไป ไม่รู้จะสบายใจกันขนาดไหน เฮ้อ เป็นนักศึกษาปีสี่เหมือนกันแท้ๆ แต่ทำไมถึงต่างกันขนาดนี้นะ? อวี่เจ๋อมีสาวสวยอยู่ในอ้อมกอด แต่พวกเรากลับมานั่งตากลมหนาวอยู่ตรงนี้
แถมโดนยุงกัดอีก ถ้ามีเพลง „สระเอ้อร์ฉวนสะท้อนเงาจันทร์‟บรรเลงประกอบนะ พวกเราก็ไม่ต่างจากคนเร่ร่อนเลยว่ะ”ชีซิงผลักเฉินอวี้แล้วบอกว่า “กลับกันเถอะ เจียงหนานออกมาแล้ว”“ไม่มีทาง!” เฉินอวี้อุทานขึ้น และหันไปมองแบบไม่ตั้งใจ ก็เห็นเจียงหนานวิ่งออกมาพพอดี “นี่มันเรื่องอะไรกัน? ดูแล้วไม่เหมือนเค้าโครงละครแบบเธอนั่งพิงฉัน ฉันนั่งพิงเธอ ที่ดูโรแมนติกเลย”“ไม่ต้องเดาแล้วล่ะ กลับเถอะ ไม่งั้นโดนยุงหามแน่”พอกลับถึงหอพัก พวกเขาก็พบว่าเชอร์รี่กล่องนั้นยังอยู่เฉินอวี้ก็กอบใส่มื