“ใช่” ชูยินตอบ“ฉันได้ยินมาว่าเขากำลังทำบริษัท ขาดเงินลงทุนก้อนใหญ่ ตอนนี้อายุยังน้อยอยู่ก็ใจร้อน เรียนยังไม่ทันจบมหาลัย ก็อยากจะหาเงินซะแล้ว ขนยังไม่ทันขึ้นดี ก็คิดอยากจะออกบิน”ชูยินฟังออกถึงความหมายแฝงในคำพูดนั้น “มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เลยดีกว่า”“เธอไม่รู้สึกว่าหลิวอวี่เจ๋อกับอวิ๋นตั่วสนิทกันเกินไปเหรอ? ว่ากันตามจริงแล้ว เขาเป็นแค่ครูสอนพิเศษ มาสอนแค่สัปดาห์ล่ะสองครั้ง แต่ก็พัฒนามาจนถึงขั้นที่มารับอวิ๋นตั่วไปส่งโรงเรียนแล้ว มันไม่ใช่หน้าที่ของเขาสักหน่อยยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ไม่ใช่คนที่อยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ เขาเป็นแค่นักศึกษาที่ยังเรียนไม่จบด้วยซํ้า ไม่ว่าจะจากมหาลัย หรือจากบ้านของเขาเอง มันก็ไม่ใช่ทางผ่าน เธอว่าเขาจะยอมเสียเวลาแบบนี้ทุกวันเพื่ออะไรกัน?”ชูยินหัวเราะ “พี่คะ พี่กำลังจะบอกว่า อวิ๋นตั่วกับอวี่เจ๋อจะมีรักในวัยเรียนน่ะเหรอคะ?”ขนาดนี้แล้วยังหัวเราะออกมาได้อีก จ้าวเยว่รู้สึกว่าความคิดของชูยินไม่ธรรมดาจริงๆ“จะรักในวัยเรียนหรือเปล่ามันก็คงพูดยาก แต่อายุขนาดหลิวอวี่เจ๋อ เป็นวัยที่กำลังคึกคะนอง คนเรียนจบตอนนี้ก็ยังไม่มีงานทำ แล้วเธอว่าเขาจะไม่คิดหาทางออกให้ตัวเองไว้บ้างเลยเหรอ?”อย่างที่คนฟังหัวเราะขึ้นอีกครั้งยามพูดว่า“อย่าพูดแบบนั้นเลยค่ะอวิ๋นตั่วยังเด็ก ถ้าเธออยากจะเอาอวี่เจ๋อมาเป็นลูกเขยฉันจริงๆ ต่อให้ฉันขอร้องเธอก็คงไม่ยอม พี่ดูลูกบังเกิดเกล้าสองคนของบ้านฉันสิคะ มีใครที่จะมาคํ้า