ชูธุรกิจของอี้ฟานได้บ้าง ถ้าอวี่เจ๋อมาเป็นลูกเขยบ้านตระกูลอวิ๋นจริงๆเขาก็สามารถเป็นแขนซ้ายมือขวาให้กับอี้ฟานได้ เป็นเรื่องดีจะตายไป!”เมื่อการพูดคุยไม่ได้อย่างใจ จ้าวเยว่ก็กลับออกไปด้วยสีหน้าเย็นชาเมื่อเธอเดินมาจนถึงหน้าประตูก็เห็นอวิ๋นตั่วกำลังจูงจักรยานกลับมาใบหน้าของเด็กสาวเต็มไปด้วยความสงสัย “คุณป้ามาหาแม่เหรอคะ?”“จ๊ะ” จ้าวเยว่รีบขึ้นรถ เหยียบคันเร่ง พารถพุ่งทะยานออกไปลุงหูรีบวิ่งเข้ามารับรถจักรยานจากอวิ๋นตั่วกลับไปเก็บในโรงรถ“คุณป้าจ้าวเยว่มาทำอะไรที่บ้านเราคะ” อวิ๋นตั่วนับเวลาแล้ว ก็ดูเหมือนคุณป้าน่าจะตรงมาจากโรงเรียนเลย ยังไม่ได้กลับบ้าน ถ้าหากไม่มีเรื่องด่วน ก็คงไม่มาที่บ้านของเธอในเวลาแบบนี้แน่ เพราะมันจะเป็นการเสียเวลาทำการบ้านของสือเหยียน คุณน้าน่ะเห็นเรื่องทำการบ้านของสือเหยียนเป็นเรื่องสำคัญมาก มักจะให้เธอเรียนแข่งกับเวลา“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ แค่มาเตือนแม่ให้ระวังว่าลูกจะมีความรักในวัยเรียนน่ะ” ชูยินตอบอวิ๋นตั่วหน้าแดง “ความรักในวัยเรียนอะไรคะ?”“ก็ลูกกับอวี่เจ๋อไง เธอบอกว่าลูกกับอวี่เจ๋อรักกัน”“ทำไมคุณป้าถึงชอบพูดจาเรื่อยเปื่อยแบบนี้คะ!” อวิ๋นตั่วเริ่มหวั่นวิตก“แม่ว่าคนดีๆ อย่างคุณลุงชอบคุณป้าได้ยังไงกัน แล้วคุณแม่ตอบไปว่ายังไงคะ?”“แม่บอกว่าถ้าลูกเอาคนอย่างอวี่เจ๋อมาเป็นลูกเขยให้แม่ได้ก็เยี่ยมไปเลยแม่ว่าพ่อคงหวังกับลูกสองคนไม่ได้แล้ว ถ้าหาลูกเขยมาช่วยก็ไม่เลว แม่พูดจริงๆ นะ