็กไป”“ยังจะโทษฉันอีก ต่อไปนี้ฉันจะไม่ช่วยเธอแล้ว!”“เห็นคนลำบากแล้วไม่ช่วย ไม่มีศีลธรรมเลย เธอไม่ใช่คนแบบนั้นนี่”อวิ๋นตั่วเข้าห้องพักครูอีกครั้งแล้ว“อวิ๋นตั่ว เธอเข้ามาทำอะไรอีก?” ฟางเจี้ยนเวยแทบไม่อยากเชื่อคุณครูตาขีดจึงพูดว่า “ตอนเข้าเรียนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เรียนมาจนป่านนี้แล้ว เธอยังไม่รู้เลยว่าประเทศจีนมีนักคณิตศาสตร์คนไหนบ้าง คุณครูลองคิดดูสิ ปัจจุบันมีเงื่อนไขพร้อมให้พวกเธอได้เรียนอย่างสบายขนาดนี้ พวกเธอยังไม่ตั้งใจเรียนอีก รู้สึกผิดต่อพ่อแม่บ้างไหม? พวกเขาพยายามหาทางส่งพวกเธอมาเรียนที่โรงเรียนเรา ถ้ารู้ว่าตอนอยู่โรงเรียนไม่ตั้งใจเรียนเลย เขาจะเสียใจขนาดไหน? ห๊ะ!”“คุณครูคะ หนูว่าคุณครูพูดถูก แต่คุณครูจะพูดว่าหนูไม่ตั้งใจเรียนเพียงเพราะไม่รู้ชื่อนักคณิตศาสตร์ไม่ได้นะคะหนูว่าการรู้จักหรือไม่รู้จักนักคณิตศาสตร์ มันไม่เกี่ยวกับการเรียนคณิตศาสตร์ได้ดีนะคะ เช่นหลิวฮุยก็อาจจะไม่รู้จักหัวลัวกงกับเฉินเสิ่งซินก็ได้ เพราะตอนนั้นคนรุ่นหลังยังไม่เกิดแต่นี่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อพื้นฐานในการเป็นนักคณิตศาสตร์ของเขานี่ ถูกไหมคะ?” อวิ๋นตั่วว่า“ตอนนี้พูดจามีเหตุผล แต่เมื่อกี้ทำไมตอบผิดเป็นหลิวเวยแล้วล่ะ”“หนูพูดผิดค่ะ” อวิ๋นตั่วอธิบาย“พูดผิดติดต่อกันสามคนเลยเหรอ”“มันตื่นเต้นค่ะ ลิ้นก็เลยคับปาก” อวิ๋นตั่วแก้ตัว“พูดจาเหลวไหลให้มันน้อยๆ หน่อย ตอนเรียนไม่ตั้งใจฟังครูสอน มัวแต่ทำอะไรอยู่ล่ะ?”“หนูกำลังค