าเธอจะไม่เคยได้ยิน เธอมองสีหน้าดูถูกเหยียดหยามของสือเหยียนแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเปลี่ยนสถานการณ์
เปลี่ยนคู่สนทนา สือเหยียนจะพูดถึงครอบครัวของเธอแบบนี้หรือเปล่า? ฟังข่าวซุบซิบแบบนี้แล้วรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่บนกองไฟไม่มีผิดท่าทางหงอยๆ ก็ของอวิ๋นตั่วทำให้สือเหยียนรู้สึกว่าการต่อสู้สนามนี้เธอเป็นฝ่ายชนะ“อวิ๋นตั่ว ฉันจะไปห้องนํ้า เธอจะไปด้วยกันไหม” คนเอ่ยถามคือเซียวเซียว เพื่อนสนิทของอวิ๋นตั่วเธอตอบรับกลับไปทันที “ดีเลย ไปสิ”พอออกจากห้องเรียนแล้ว เซียวเซียวก็แนะนำอวิ๋นตั่ว“เธอนี่ขี้ขลาดจริงๆ เลย ทำไมไม่ตอกกลับไปบ้าง!”อวิ๋นตั่วรู้สึกว่าคำพูดนั้นไม่ถูฏต้อง เธอไม่ได้ขี้ขลาด ตอนป.1 เธอยังเคยตบสือเหยียนไปแล้วเลย เพียงแค่ตอนนี้เธอโตแล้ว จะให้ไปจิกผมดึงหัวแบบนั้นมันดูไร้เหตุผลเกินไป และอีกอย่างสือเหยียนไม่ได้กำลังพูดถึงตัวเธอเสียหน่อย เธอจะมีเหตุผลอะไรต้องไประเบิดอารมณ์ใส่ล่ะ?ตอนแรกอวิ๋นตั่วคิดว่าหลังจากตบสือเหยียนไปตอนนั้นเธอจะพอคิดได้บ้าง แต่ตอนนี้ถึงได้รู้ว่านั่นมันเป็นความคิดที่ไร้เดียงสาเกินไป เพราะที่จริงสือเหยียนกลับกำลังมุมานะเพื่อลบคำสบประมาท คอยดักซุ่มโจมตีอยู่ข้างตัวของอวิ๋นตั่วสือเหยียนฉลาดมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นคนหน้าเนื้อใจเสือ เวลาที่คุยกับอวิ๋นตั่วมักจะมีความรู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่า อยากจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดหวังหมดสนุกอยู่เสมอกริ่งบอกเวลาเข้าเรียนดังขึ้น อวิ๋นตั่วกับเซียวเซีย