่งเรื่องธุรกิจนี่ทำไมล่ะ ดูอย่างพี่สิ โตป่านนี้แล้วยังไม่เข้าไปยุ่งเลย มีคนบอกว่าธุรกิจก็เหมือนสนามรบ เธอไม่ใช่แม่ทัพหญิงซะหน่อย จะรีบลงสนามรบไปทำไมกัน”“แต่หนูบอกคุณพ่อไปแล้วนะคะ” อวิ๋นตั่วว่า“ก็โทรหาคุณพ่อสิ บอกว่าอวี่เจ๋อหาผู้ลงทุนได้แล้ว” อวิ๋นเฉียวแนะนำ“แบบนั้นจะดีเหรอคะ” อวิ๋นตั่วลังเล“ถ้างั้นก็อยู่เฉยๆ ไปก่อน ผ่านไปสองสามวัน คุณพ่อคงลืมเรื่องนี้ไปแล้วล่ะ เขาบอกจะเก็บไปพิจารณาดู แต่ก็อาจจะไม่ทำแบบนั้นก็ได้ เพราะเรื่องอื่นที่รอให้เขาพิจารณาก็มีตั้งเยอะ ต่อให้เขาจำได้จริงๆ พอไปหาอวี่เจ๋อ แล้วอวี่เจ๋อปฏิเสธ เขาก็คงไม่ยุ่งอีกแล้วล่ะ”“หนูกลัวพี่อวี่เจ๋อโกรธ” อวิ๋นตัวบอก“ยัยเด็กอกตัญํู เธอไม่กลัวคุณพ่อโกรธ แต่กลัวอวี่เจ๋อโกรธ ใครเป็นญาติเธอกันแน่ห๊ะ?”“อวิ๋นตั่วน่ะนับวันก็ยิ่งใจร้าย!” ไม่รู้ว่าชูยินมาโผล่ข้างหลังของอวิ๋นตั่วตั้งแต่เมื่อไหร่ “วันก่อนนี้ยังทุบกระปุกหมูตัวเองจะเอาไปลงทุนอยู่เลย!”“คุณแม่! มาแอบฟังพวกเราคุยกันได้ไงคะ!” อวิ๋นตั่วพูดพลางกระโจนลุกขึ้นมาอวิ๋นเฉียวหัวเราะลั่นอยู่ในหน้าจอคอม “จริงๆ เธอน่าจะคิดได้นะ ในกระปุกหมูน้อยของเธอมีเงินอยู่เท่าไรเอง ธุรกิจของอวี่เจ๋อ ใช่ว่าหมูน้อยตัวเดียวของเธอจะพอซะหน่อย”“เรื่องทุบกระปุกหมู คุณแม่พูดไปแปดร้อยรอบแล้วนะคะ บอกทุกคนเลยด้วย” อวิ๋นตั่วพึมพำชูยินไม่สนใจเรื่องกระปุกหมูน้อยของอวิ๋นตั่วอีกเธอนั่งลงที่หน้าคอมพิวเตอร์ “ลูกชาย ชินกับ