ชีวิตความเป็นอยู่ที่นั่นหรือยังจ๊ะ ถ้าต้องการอะไรก็บอกแม่นะ”“ผมไม่ได้มาครั้งแรกซะหน่อยนะครับ จะไม่ชินได้ยังไงล่ะ! ช่วงนี้คุณแม่เล่นไพ่ชนะไหม?” อวิ๋นเฉียวถามกลับชูยินถอนใจหาย “อย่าพูดถึงเลย แพ้ติดกันสามวันแล้ว แม่ว่าคงเป็นเพราะลูกไม่อยู่บ้าน ไม่มีใครคํ้าดวงให้แม่เลย ”อวิ๋นตั่วที่ยืนอยู่ข้างๆ ทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว “พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ หนูไม่ได้คํ้าดวงให้คุณแม่เหรอ”ชูยินหัวเราะแล้วพูดว่า “หนูเป็นลูกสาว สักวันหนึ่งก็ต้องไปอยู่กับครอบครัวอื่น จะมาคํ้าดวงให้แม่ได้ไงล่ะ ต้องไปคํ้าให้คนอื่นนู่น”อวิ๋นตั่วพูดแทรกขึ้นกับอวิ๋นเฉียว “เห็นหรือยังล่ะคะ นี่คือความไม่เท่าเทียมทางเพศ”อวิ๋นเฉียวจึงบอกว่า “ก็แค่หอมคนไกลเหม็นคนใกล้เท่านั้นแหละ ถ้าเปลี่ยนเป็นเธอมานี่แล้วพี่อยู่บ้าน คุณแม่ก็รำคาญพี่เหมือนกัน ลองนึกถึงตอนพี่อยู่บ้านสิว่าเป็นยังไง?”พอชูยินได้ฟังสองพี่น้องวิจารณ์ตัวเอง เธอก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที “พวกลูกน่ะ อกตัญํูทั้งคู่เลย ต่อไปไม่ต้องว่าใครแล้วนะ!”“เจ้าเด็กอกตัญํูเบอร์หนึ่ง เจ้าเด็กอกตัญํูเบอร์สอง” ชูยินตั้งฉายาให้ลูกทั้งสอง————————————————–ตอนทื่ 61 เดินตามเส้นทางตัวเอง อย่าสนใจคำพูดคนอื่น
วันแรกที่เจ้าเด็กอกตัญํูเบอร์สองเปลี่ยนจากเด็กประถมเป็นเด็กมัธยมเธอก็เข็นจักรยานที่อวี่เจ๋อให้เธอออกมาด้วยท่าทางร่าเริงแม่บ้านหลิวแบกกระเป๋าเดินตามหลังเธออยู่ แต่ไม่ยอมส่งกระเป๋าให้เธอเสียที “ให้ลุ