งหูไปส่งดีกว่าไหมคะ?”เจ้าเด็กอกตัญํูเบอร์สองบอกว่า “หนูขี่จักรยานเป็นแล้วนะคะ ขอกระเป๋านักเรียนให้หนูด้วยค่ะ”“กระเป๋าก็หนักมากด้วย เพิ่งจะขึ้นมัธยมเอง ทำไมกระเป๋าหนักขนาดนี้ล่ะคะ” แม่บ้านหลิวรู้สึกลำบากแทนเธอ“หนูยังไม่ทันบ่นเลย คุณป้าก็บ่นแทนซะแล้ว” อวิ๋นตั่วว่า“ตอนนี้รถบนถนนเยอะมาก หนูต้องระวังหน่อยนะ” แม่บ้านหลิวเตือน“หนูขับได้ค่ะ” อวิ๋นตั่วมั่นใจสุดท้ายแม่บ้านหลิวก็ส่งกระเป๋าให้เธออย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก พอเธอสะพายกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ก็ใช้เท้าขวาวางบนแท่นปั่น สะบัดเท้าซ้ายขึ้นเบาๆ แล้วขึ้นคร่อมจักรยาน ตอนนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองช่างดูสง่าผ่าเผยมากพออวิ๋นตั่วเพิ่งออกจากบ้านไปแล้ว แม่บ้านหลิวก็โบกมือให้ลุงหูที่แอบอยู่ด้านข้างทันทีและลุงหูก็รีบขับรถตามหลังอวิ๋นตั่วไป“ระวังอย่าให้เธอเห็นเข้าล่ะ” ชูยินวิ่งออกมากำชับอวิ๋นตั่วขี่จักรยานไปตามถนนรอบภูเขา สายลมอ่อนๆ ในปลายฤดูร้อนพัดปะทะกับหน้าเธอเบาๆ ให้ทั้งความรู้สึกอบอุ่นและเย็นสบาย ดอกไม้ใบหญ้าข้างทาง แข่งกันเบ่งบานในโอกาสสุดท้ายของฤดูนี้ สีสันดูสดใสทั้งวันเธอรู้สึกว่าวันนี้ถนนช่างสวยงามเป็นพิเศษ หากบ้านของเธออยู่ตรงปลายถนนที่สวยงามนี้ จะมีความสุขมากขนาดไหนกันนะเมื่อถึงตีนเขา ก็เริ่มมีเพื่อนนักเรียนขี่จักรยานร่วมทางด้วย พอพวกเขาเห็นว่าเธอขี่จักรยานมาเองก็รู้สึกแปลกใจ “อวิ๋นตั่ว ทำไมเธอขี่จักรยานมาโรงเรียนเองล่ะ”“ทำไมฉันจะขี่จักรยานมาเรียนเ