พูดขึ้นว่า “โปรเจคก็ฟังดูใช้ได้นะ แต่ระยะแรกต้องลงทุนเยอะมาก แล้วอีกอย่าง……”อี้ฟานอยากพูดอะไรอีกแต่ก็หยุดเสียก่อนอวิ๋นตั่วกระวนกระวายมาก “แล้วอีกอย่างอะไรคะ?”“อวี่เจ๋อเป็นคนที่มีหัวคิด แต่ถ้าพูดเรื่องทำธุรกิจ เขานั้นอุดมคตินิยมเกินไป ใจไม่เ**่้ยมพอ พ่อกลัวว่าเขาจะเสียเปรียบน่ะสิ” อี้ฟานกล่าว“แล้วคุณพ่อจะตกลงหรือไม่ตกลงคะ?” อวิ๋นตั่วเริ่มสับสนแล้ว“ลูกยังไม่เข้าใจเรื่องอะไรของครอบครัวเลยนะจ๊ะ แล้วอยากยุ่งเรื่องธุรกิจของคุณพ่ออีก อย่าวุ่นวายเลยลูก พรุ่งนี้ก็จะเปิดเทอมแล้ว ไปเตรียมตัวเถอะจ้ะ” ชูยินบอกลูกสาว“ได้ยินแม่บอกว่า ลูกจะขี่จักรยานไปโรงเรียนเองเหรอ” อี้ฟานถาม“ใช่แล้วค่ะ” อวิ๋นตั่วตอบ“อยู่บนถนนก็ระวังหน่อยนะลูก” อวิ๋นอี้ฟานบอกลูกสาว“หนูขี่จักรยานเป็นแล้วค่ะ คุณครูหลิวสอน แถมขี่แบบปล่อยมือได้ด้วยนะคะ”“ลูกสาวพ่อเก่งจริงๆ!” คุณพ่อชมลูกสาว“แน่นอนสิคะ ให้รู้ซะบ้างว่าใครสอน!” อวิ๋นตั่วโอ้อวดอี้ฟานหัวเราะออกมาทันที ลูกสาวพูดชมคุณครูอีกแล้ว แน่นอนว่าต้องมีความนัยอะไรซ่อนอยู่ หกปีมานี้ ความเปลี่ยนแปลงของอวิ๋นตั่วทำให้ทุกคนดีใจมาก บางทีอาจจะถึงเวลาที่ต้องตอบแทนคุณครูแล้วก็ได้“อวิ๋นตั่ว เรื่องที่ลูกพูด พ่อจะกลับไปคิดดูนะ”“ขอบคุณค่ะคุณพ่อ” อวิ๋นตั่วโน้มคอของพ่อลงมา แล้วหอมเข้าฟอดใหญ่ชูยินยิ้มแล้วบ่นอยู่ข้างๆ “โตขนาดนี้แล้วยังอ้อนอีก ไม่อายเหรอเรา!”“คุณแม่หึงแล้วสินะ!” อี้ฟานกล่าวอวิ๋นตั่วรีบ