ต่ก็ยังยอมปิดหูขโมยกระดิ่ง ฟังแต่คำพูดดีๆ”อวี่เจ๋อหันกลับไปมองตึกใหญ่นั่นครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้นว่า “ฉันมั่นใจกับโปรเจคของตัวเอง หยางซินหัวไม่ใช่ความหวังสุดท้ายของพวกเราหรอก”“แต่เขาเป็นความหวังที่ใหญ่ที่สุดแล้วนะ ถ้าความหวังนี้ถูกทำลายแล้วความหวังอื่นก็คงเลือนรางมาก” ชีซิงว่าอวี่เจ๋อไม่คิดแบบนั้น “ถ้าไม่มีใครยอมลงทุนจริงๆ พวกเราก็ทำเอง ตอนแรกอย่าเพิ่งทำอะไรใหญ่เกินตัว เริ่มจากจุดเล็กๆ ก่อน แล้วค่อยๆ ขยายไป”เฉินอวี้พูดว่า “แบบนี้ยากไปหน่อยนะ เดี๋ยวนี้การขโมยความคิดกันทางอินเตอร์เน็ตรุนแรงมาก ถ้ารอให้ทุกคนเห็นภาพอนาคตของเรา บริษัทใหญ่หลายแห่งคงได้ทำตาม แบบนั้นล้มพวกเราได้สบายๆ เลย”อวี่เจ๋อจึงพูดว่า “ทำไมไม่มองในแง่ดีหน่อยล่ะ พวกเราอาจจะยิ่งทำยิ่งใหญ่ก็ได้นะ สุดท้ายก็จะมีตึกสูงแบบนี้ได้เหมือนกัน”ชีซิงกับเฉินอวี้ต่างก็รู้สึกว่า อวี่เจ๋อเชื่อมั่นในตัวเองแบบหลับหูหลับตาไปหน่อยแล้วเฉินอวี้ก็พูดขึ้นว่า “อวี่เจ๋อ ฉันว่านายสามารถไปหาคนๆ หนึ่งนะเขาช่วยพวกเราได้ แถมมีความเป็นไปได้มากกว่าหยางซินหัวอีก”“ใคร?” อวี่เจ๋อถาม“พ่อของอวิ๋นตั่ว อวิ๋นอี้ฟานไง” เฉินอวี้ตอบชีซิงรู้สึกว่าคำพูดของเขามีเหตุผล “ไปหาอวิ๋นตั่วก่อน ยัยหนูนั่นต้องเต็มใจช่วยนายแน่”“ฉันไม่ไปหรอก” อวี่เจ๋อปฎิเสธ“อวี่เจ๋อ นายอย่าอุดมคตินิยมไปหน่อยเลย ตอนนี้พวกเราต้องการเงินนะ” ชีซิงกับเฉินอวี้พูดเป็นเสียงเดียวกัน นานๆ ทีที่ทั้งสองได้มีค