ุแท้ของสิ่งนั้น เธอเข้าใจหรือเปล่า”อวิ๋นตั่วแลบลิ้นออกมา ไม่เข้าใจว่าทำไมอวี่เจ๋อต้องเปิดบริษัทร่วมกับคนแบบนี้ด้วย เธอรู้สึกว่าเฉินอวี้เหมาะที่จะเปิดสำนักดูดวงมากกว่า“เธอบอกว่าชีซิงพาเธอมาที่นี่ แล้วเขาไปไหนแล้วล่ะ?”“เขาไปซื้อไอกครีมค่ะ” อวิ๋นตั่วเอ่ยตอบ“คนขี้งกแบบชีซิงไปซื้อไอกครีมให้เธอเนี่ยนะ?” เฉินอวี้ดูไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่เขาก็เหมือนถูกความจริงตบหน้าเข้าหนึ่งฉาด เพราะตอนหันกลับไป ก็เห็นชีซิงถือไอศกรีมสองอันยืนอยู่ข้างหลัง ตาของเขาลุกเป็นไฟด้วยความโกรธเฉินอวี้รีบร้อนอธิบายว่า “ฉันจะอธิบายความจริงให้ฟังนะ ฉันไม่ได้ว่านายนะ ฉันเองก็รู้สึกว่าความขี้เหนียวเนี่ยมันเป็นคุณธรรมอย่างหนึ่งด้วย ชื่อทางวิชาการของมันคือ ‘มัธยัสถ์’ ”ชีซิงส่งไอศกรีมในมือในอวิ๋นตั่วอันหนึ่ง อวิ๋นตั่วรับไว้แล้วกำลังจะกินเข้าไป แต่เห็นเฉินอวี้ถามชีซิงขึ้นพอดีเสียก่อน “แล้วของฉันล่ะ?”“ฉันไม่รู้ว่านายอยู่ด้วย เลยซื้อมาแค่สองอัน” ชีซิงตอบ“หนูให้พี่ค่ะ” อวิ๋นตั่วว่า“ไม่ต้องหรอก ยังไงฉันก็โตกว่า เธอเป็นเด็ก ฉันจะไปกินของเธอได้ยังไง” แม้เฉินอวี้จะพูดแบบนี้ แต่สายตาของเขากลับจ้องไอกครีมในมือของอวิ๋นตั่วอยู่ตลอดอวิ๋นตั่วส่งไอกครีมให้เฉินอวี้ “พี่กินเถอะค่ะ ตอนหนูมานี่ก็กินไปแล้วอันหนึ่ง คุณแม่ไม่ให้หนูกินเยอะ”เฉินอวี้หยิบไอศกรีมมา “ถ้างั้นฉันไม่เกรงใจแล้วนะ”
————————————————–