อวิ๋นตั่วเดินตามอวี่เจ๋อเข้าไปในสวน จักรยานสีขาวใหม่เอี่ยมคันหนึ่งจอดอยู่ใต้ต้นซากุระ แสงแดดทะลุรอยแยกของใบไม้ส่องลงมาที่จักรยานก่อให้เกิดสีสันราวกับเอฟเฟคแสงของโคมไฟ“สวยจังเลยค่ะ! ” อวิ๋นตั่ววิ่งเข้าไปดู มันเป็นจักรยานสีขาวคันหนึ่งข้างหน้ามีตะกร้าที่ทำจากไม้ไผ่ด้วย “กระเป๋านักเรียนของหนูวางไว้ในนี้ได้เลย”“ขี่ในบ้านก็พอแล้ว” อวิ๋นเฉียวว่า“ไม่ค่ะ หนูจะขี่ไปโรงเรียน” อวิ๋นตั่วกำลังจินตนาการ ถ้าตัวเองขี่จักรยานอยูบนนถนนตอนเช้าตรู่ ขี่ไปถึงโรงเรียนพร้อมกับคนอื่นๆ มันจะดูน่าเกรงขามขนาดไหนกันนะ“คุณแม่ไม่ยอมหรอก” อวิ๋นเฉียวบอกน้องสาว“พี่อวี่เจ๋อจะช่วยพูดกับคุณแม่ให้ค่ะ ใช่มั้ยคะ” อวิ๋นตั่วมองอวี่เจ๋อด้วยสีหน้าอ้อนวอน“ใช่”อวิ๋นตั่ววางใจแล้ว ขอเพียงเป็นเรื่องที่อวี่เจ๋อรับปาก เขาต้องทำได้แน่ นี่คือคติของเขา เมื่อรับปากอะไรใครไว้ก็ต้องทำให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็จะไม่รับปากแล้วอวี่เจ๋อก็ไปหาชูยินจริงๆ สองพี่น้องยืนรออยู่ด้านนอก สีหน้าท่าทางเหมือนกัน แต่อารมณ์ต่างกัน อวิ๋นตั่วนั้นกังวลมาก เธอกลัวว่าคุณแม่จะไม่รับปาก ส่วนอวิ๋นเฉียวเหมือนกำลังรอดูอะไรที่น่าสนุกอยู่ เขาไม่เชื่อว่าคุณว่าแม่จะอนุญาต หากเรื่องที่ลูกสาวบ้านอวิ๋นขี่จักรยานไปโรงเรียนเองแพร่งพรายออกไป คงถูกมองเป็นเรื่องตลกแน่ชูยินออกมาแล้ว โดยที่มีอวี่เจ๋อเดินตามหลังมา อวี่เจ๋อกำลังก้มหัว
พออวิ๋นตั่วเห็นแบบนั้น เธอก็รู้สึกเหมือนว่าหัวใจของตน