้หลินเพียวเพียวโมโหจนหน้าซีดขาว “อวิ๋นตั่ว เธอนี่มัน……”คำสุดท้ายยังไม่ทันได้พูดออกมา หัวข้อสนทนาก็ถูกอวี่เจ๋อเปลี่ยนไปเสียก่อน “อวิ๋นตั่ว รีบกลับบ้านได้แล้ว ลุงหูรอนานแล้วนะ”อวี่ซีเองก็รู้สึกว่าพี่ชายของตัวเองแปลกๆ ในฐานะของผู้อภิปรายยอดเยี่ยมในการแข่งขันโต้วาทีระดับประเทศ บนเวทีโต้วาทีว่ากันว่าอวี่เจ๋อมีท่วงท่าเหมือนเป็นจูกัดเหลียงแห่งง่อก๊กไม่ยอมปล่อยผ่านสักนิด ไม่ใช่ความผิดของตัวเอง เขาก็ต้องเคลียร์ให้รู้เรื่อง ในฐานะที่เป็นน้องสาวแท้ๆ เธอไม่เคยเห็นพี่ชายเป็นแบบนี้มาก่อนเลยอวิ๋นตั่วเก็บกระบอกเก็บความร้อน “ไม่ต้องกินแล้วค่ะ อาหารแบบนี้กินไปก็ต้องป่วยแน่ๆ”อวี่เจ๋อทนเห็นท่าทางหงอยๆ ของอวิ๋นตั่วไม่ได้จริงๆ เขาจึงรีบเอ่ยปลอบ“ไม่เป็นไร พี่กินมาตั้งนานแล้ว ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยสักนิด”“นานแล้วแขนพี่ยังไม่เห็นดีขึ้นเลย อาจจะเป็นเพราะอาหารพวกนี้ก็ได้”อวิ๋นตั่วหยิบกระบอกเก็บความร้อนขึ้นมา “หนูกลับแล้วนะคะ ต่อไปจะไม่เอาอาหารมาให้แล้ว”หลังจากที่อวิ๋นตั่วออกไปแล้ว อวี่เจ๋อก็หันมาตำหนิอวี่ซีว่าไม่ควรที่จะต่อว่าเธอแบบนั้น“หนูแค่พูดความจริงเท่านั้นเอง!” อย่างที่คนเป็นน้องก็ตอบด้วยท่าทางไร้เดียงสาหลินเพียวเพียวก็พูดออกมาด้วยความพึงพอใจ “ต้องมองในแง่ของการพัฒนาสิ บางทีผ่านครั้งนี้ไป ฝีมือทำอาหารของอวิ๋นตั่วอาจจะดีขึ้นก็ได้นะ”