อวิ๋นตั่วใช้ช้อนเล็กตักซุปไก่ให้อวี่เจ๋อถ้วยหนึ่ง แล้วยกขึ้นมาเป่าตรงปากก่อนจะยื่นไปที่ริมฝีปากอวี่เจ๋อท่าทางของเธอทำให้อวี่เจ๋อรู้สึกว่ามันน่าขำ เป็นแค่เด็กคนหนึ่งแท้ๆ ดันทำท่าทางเหมือนผู้ใหญ่“อวิ๋นตั่ว เดี๋ยวพี่ทำเองก็ได้ ถ้าใช้ตะเกียบไม่ได้ ใช้ช้อนก็คงไม่มีปัญหาหรอก” อวี่เจ๋อว่าอวิ๋นตั่วยืนกรานหนักแน่น เรื่องที่เธอตั้งใจไว้ชัดเจนแล้ว เธอก็จะไม่มีวันเปลี่ยนความคิด เธอบอกว่าจะป้อนอาหารให้อวี่เจ๋อ เธอก็จะต้องป้อนให้ได้“พี่นั่งดีๆ ค่ะ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พี่สอนหนูเองนะว่าตอนทานอาหารกับตอนนอนห้ามพูด พี่ลืมไปแล้วเหรอคะ”อวี่เจ๋อไม่รู้จะทำอย่างไรกับนักเรียนของตัวเองดี เขาทำได้แค่นั่งดีๆ กินซุปไก่ที่ป้อนมาตรงปากอย่างว่าง่าย แต่ในใจของเขาก็ยังรู้สึกเกรงใจอยู่ตลอดโตจนป่านนี้แล้วยังให้เด็กมาป้อนอาหารอีก และเขาก็รู้จักอวิ๋นตั่วดีด้วย เธอคงจะมาส่งข้าวส่งนํ้าแบบนี้เรื่อยๆ จนกว่าเขาจะออกจากโรงพยาบาลแน่“อวิ๋นตั่ว ต่อไปไม่ต้องมาส่งอาหารให้พี่แล้วนะ พี่ไม่ชินที่ตอนเช้าต้องกินอาหารเช้าพวกนี้”“ถ้าอย่างนั้นพี่ชอบกินอะไรคะ บอกหนูเลย หนูจะไปบอกกับแม่บ้านหลิว”“ตอนเช้าพี่กินโจ๊กนิดหน่อยก็พอแล้ว ที่โรงอาหารของโรงพยาบาลก็มี”“โจ๊กข้าวขาวมีประโยชน์ที่ไหนกันคะ หนูได้ยินแม่บ้านหลิวชอบพูดว่ามื้อเช้าต้องกินเหมือนราชา มื้อเที่ยงกินเหมือนขุนนาง มื้อเย็นกินเหมือนชาวบ้าน อาหารเช้านั้นสำคัญที่สุด จะไม่ทานของดีๆ ได้ยัง