ไงกันคะ มากินเนื้อไก่สักชิ้นเถอะค่ะ”อวิ๋นตั่วตักเนื้อไก่ชิ้นหนึ่งป้อนเข้าปากของอวี่เจ๋อ นั่นคือเนื้อส่วนน่อง แต่น่องขานั้นดูใหญ่กว่าขานกพิราบไม่เท่าไร อวี่เจ๋อรู้สึกไม่สบายใจ คิดว่าเจ้าเด็กคนนี้คงไม่ได้แยกนกพิราบกับไก่ไม่ออกละมั้ง แต่ลองคิดดูอีกที อาจจะไม่ได้เข้าใจผิดก็ได้ ต่อให้เธอไม่รู้จัก แม่บ้านหลิวก็คงจะบอกเธอ“สดดีมั้ยคะ”อวี่เจ๋อพยักหน้า พูดตามตรงเลยว่าสดมาก เนื้ออ่อนนุ่มแต่ไม่เละ รสชาติก็ดีมากด้วยอวิ๋นตั่วบอกว่า “นี่คือไก่ฟ้าบนภูเขาค่ะ ทุกๆ เดือนคุณพ่อจะให้คนไปหาไก่ชนิดนี้มา บอกว่าไก่ชนิดนี้ เอามาตุ๋นซุปได้ดีที่สุดแล้ว”วิ่งเต้นไปชนบทโดยเฉพาะเพื่อหาไก่ตัวเดียวเนี่ยนะ เหมือนทำมะเขือผัดปลาแห้งในวรรณกรรมเรื่องความฝันในหอแดงเลย อวิ๋นตั่วไม่พูดก็ไม่เป็นไรหรอก แต่พอพูดออกมาแล้ว อวี่เจ๋อยิ่งรู้สึกเสวยสุขกับสิ่งนี้ไม่ไหว“ต่อไปไม่ต้องมาส่งข้าวให้พี่แล้วนะ ถ้าเธอทำอีก พี่จะออกจากโรงพยาบาล”“ยังไม่หายดีแล้วจะออกโรงพยาบาลได้ยังไงคะ” อวิ๋นตั่วเริ่มร้อนใจ“แล้วเธออยากให้พี่หายดีมั้ยล่ะ”“ก็ต้องอยากสิคะ”“ถ้าอยากให้พี่หาย ก็ต้องเชื่อฟังพี่ ไม่อย่างนั้นพี่จะออกจากโรงพยาบาลจริงๆ ”อวิ๋นตั่วรู้ว่าอวี่เจ๋อนั้นพูดจริงทำจริง ตอนเด็กอวี่เจ๋อให้เธอท่องบทกวีราชวงศ์ถัง แต่เธอไม่อยากท่อง จึงทำข้อตกลงกับเขา ถ้าภายในสามวันอวี่เจ๋อท่องบทกวีนั่นได้สามร้อยบท ต่อจากนี้ไปเธอจะไม่พูดอีกว่าจะไม่ท่องกวีราชวงศ์ถัง แต่