นสอบเอนทรานซ์ ก็มีมหาลัยหลายแห่งให้เธอเลือกเหมือนกันพอพวกเด็กๆ ได้ฟังประวัติอันน่าที่งของอวี่ซี ต่างก็พากันทำเสียงตื่นเต้นประหลาดใจ นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าอวิ๋นเฉียวจะมีเพื่อนที่เก่งขนาดนี้ได้อวิ๋นเฉียวพาดมือลงบนบ่าของอวี่ซี แล้วพูดว่า “เพื่อนรัก เราไปรำลึกความหลังกันหน่อยเป็นไง”อวี่ซีเองก็ไม่อยากปล่อยไก่ต่อหน้าเจ้าเด็กพวกนี้แล้ว เธอจึงปล่อยให้อวิ๋นเฉียวกอดคอเธอเดินไปในสวนอวิ๋นเฉียวหย่อนก้นลงนั่งบนสนามหญ้า เอาสองมือกุมหัวแล้วเอนกายลงไป พลางแหงนมองบนท้องฟ้า “ตรงนี้เป็นที่ชมฟ้าที่ดีที่สุดเลยนะ เธอมาลองดูสิ”อวี่ซีไม่กล้าหรอก เพราะเธอเคยได้ยินว่าสนามหญ้าของบ้านคนรวยนั้นนำเข้าจากต่างประเทศ หญ้าต้นหนึ่งแพงกว่าดอกทิวลิปเสียอีก ที่ก้าวเท้าเหยียบลงไปเนี่ย เงินทั้งนั้นนะ“ของทุกอย่างที่นี่มีไว้บริการคนนะ ถ้าทำให้คนรู้สึกไม่สบาย ก็จะใช้งานมันได้ไม่เต็มที่ แบบนั้นมันจะมีค่าอะไรล่ะ” อวิ๋นเฉียวเองก็พอดูออกว่าเธอนั้นกำลังเป็นกังวลอวี่ซียกเท้าขวาขึ้นมา แล้วเหยียบลงไปอย่างระมัดระวัง เหมือนกับเหยียบลงไปบนพรหมขนแกะแคชเมียร์ รู้สึกอ่อนยวบนุ่มนิ่มเธอนั่งลงที่ข้างกายอวิ๋นเฉียว แล้วแหงนหน้ามองดาวบนท้องฟ้า ความรู้เรื่องดวงดาวที่เธอมี จำกัดอยู่แค่นิทานเรื่องหนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้าเท่านั้นแหละ สำหรับเธอแล้ว ดาวพวกนี้ก็เป็นแค่แสงสีขาวเล็กๆแต่กับอวิ๋นเฉียวนั้นไม่เหมือนกัน เขารอบรู้เรื่องดาราศาสตร์ สามารถพูดชื่อกล