กว่าที่อวิ๋นตั่วจะมีจักรยานเป็นของตัวเอง ก็หลังจากที่เธอเรียนจบ ป.6ไปแล้ว ตอนนั้นอวี่เจ๋อก็เป็นนักศึกษาชั้นปีที่สามแล้ว และแน่นอนว่าอวี่เจ๋อยังคงเป็นครูของอวิ๋นตั่ว หลายปีมานี้ เขามองดูคะแนนของอวิ๋นตั่วที่ขยับจาก27 เป็น 90 ช่างเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมจริงๆ“แน่นอนว่าบนเหรียญความดีความชอบนี้ ครึ่งหนึ่งเป็นของหนู ส่วนอีกครึ่งเป็นของพี่” อวิ๋นตั่วมักจะพูดกับเขาแบบนี้“ความสำเร็จเกิดจากหลายปัจจัย ผมไม่กล้าเอาเป็นความดีความชอบของตัวเองหรอกครับ”ถึงอวี่เจ๋อจะพูดแบบนั้น ทว่าบ้านอวิ๋นก็ปฏิบัติกับเขาราวกับเป็นคุณครูคนหนึ่งจริงๆ พอถึงตรุษจีน อวิ๋นตั่วก็ต้องมาเยี่ยมคุณครูอวี่เจ๋อพูดกับชูยินว่า “ต่อไปอย่ามาเลยนะครับ ทำอะไรเป็นทางการแบบนี้แล้วเหมือนผมอายุมากเลย”มันยากมากที่ชูยินจะทำตามคำบอกนั้น “อวิ๋นตั่วมีวันนี้ได้ ก็ถือว่าเป็นความดีความชอบของเธอ ศิษย์เคารพครูเป็นเรื่องที่สมควรทำอยู่แล้ว จริงไหมจ๊ะอวิ๋นตั่ว?”ในตอนนั้นอวิ๋นตั่วกำลังดูนิตยสารแฟชั่นกับคุยเรื่องซุบซิบอยู่กับอวี่ซีเพราะแบบนั้นเธอจึงตอบรับไปอย่างใจลอย “ค่า!”“เธอเรียกพี่ฉันว่าครู เธอก็ต้องเรียกฉันว่าชืออี๋” ( 师姨 ชืออี๋ :ความหมายตรงตัวแปลว่าอาจารย์อา)“หนูเรียกเขาว่าครูเมื่อไหร่กัน หนูเรียกเขาว่าพี่ต่างหาก”“แต่เขาเป็นพี่ชายของฉัน จะให้ยอมให้เธอหยิบไปแบบไม่มีเหตุผลได้ยังไงกัน”“ถ้าอย่างนั้นหนูให้พี่ชายหนูก็ได้”“พี่ชายของเธอไม่ได้เรื่อง ฉั