กเหรอ”“เรื่องความรักมันเป็นเรื่องของพรหมลิขิต มันบังคับกันได้ที่ไหน”“แล้วพี่เพียวเพียวล่ะคะ”อวี่เจ๋อเผยรอยยิ้มบางๆ “เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน”แต่อวี่ซีกลับไม่คิดแบบนั้น ตั้งแต่ขึ้นมหาลัยมา ความรู้สึกของหลินเพียวเพียวที่มีต่ออวี่เจ๋อนั้นเธอแสดงมันออกมาอย่างชัดเจนสุดๆ เพียงแต่ถ้าหากไม่ได้ตาบอดก็คงดูออกว่าเธอสนใจในตัวอวี่เจ๋อ วันอาทิตย์พอกลับมาบ้านแทนที่จะอยู่บ้านตัวเองก็กลับมาที่นี่ เดินตามแม่ของเธอ คุณน้าอย่างนั้น คุณน้าอย่างนี้ จนถึงขั้นม้วนแขนเสื้อ เข้าครัว ทำอาหาร ราวกับเป็นบ้านของตัวเองหลิวห้าวตงเคยพูดว่า “สถานะครอบครัวเราเป็นแบบนี้ ได้คนอย่างเพียวเพียวมาเป็นสะใภ้ก็ถือว่าดีมากแล้ว เพราะเธอไม่รังเกียจที่ลูกไม่รํ่ารวย ไม่มีอำนาจ ดูแลด้วยใจ แล้วยังจะหวังอะไรอีก”ใช่ แล้วยังจะหวังอะไรอีก?อวี่เจ๋อเข้าใจความรู้สึกของเพียวเพียว และรู้ด้วยว่าเพียงตัวเองเดินหน้าไปอีกหนึ่งก้าว ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองก็จะไม่เหมือนเดิม ทว่าก้าวนี้สำหรับเขามันกลับหนักเสียเหลือเกินมหาลัยปี 3 เพื่อนผู้หญิงที่มาตามจีบเขานั้นพูดได้เลยว่านับไม่ถ้วน แต่เขาก็ปฏิเสธไป ทำไมถึงปฏิเสธงั้นเหรอ? เหตุผลที่เขาบอกกับคนอื่นคือเรื่องเรียนต้องมาก่อน เขายังไม่อยากที่จะมีความรัก แต่ความจริงแล้ว ใจของเขากำลังรออะไรบางอย่าง เขารออะไรน่ะเหรอ? ความรัก ใช่ สิ่งที่เขารอ…นั่นคือความรักเขารู้ดีว่าหลินเพียวเพียวเป็นคนดี เพื่อนผู้หญิงเ