บางครั้งคนเราก็รังแกคนที่อ่อนแอกว่า แต่ก็เกรงกลัวคนที่แข็งแกร่งกว่าตั้งแต่ทะเลาะกับสือเหยียน ฝ่ายนั้นก็ไม่กล้ามาชี้นิ้วบงการอะไรอวิ๋นตั่วอีกเวลาเจอกันก็มักจะเดินเลี่ยงไป หากบังเอิญเจอกันก็จะรีบพูดขอโทษขึ้นมาเดิมทีอวิ๋นตั่วคิดว่าเป็นแบบนี้น่ะดีแล้ว แต่ไม่นานเธอก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวเวลาเข้าเรียน คุณครูก็มักจะเมินเธอ ไม่ว่าเธอจะยกมือสูงแค่ไหน ครูก็จะไม่ยอมให้เธอตอบ เพื่อนๆ เองก็ถอยห่างจากเธอ เวลาพูดก็พูดด้วยความสุภาพอวิ๋นตั่วเริ่มรู้สึกกลุ้มใจขึ้นมาบ้างแล้ว!เพราะแบบนั้น เธอจึงเป็นคนเข้าไปคุยกับสือเหยียนก่อน “สือเหยียน วันเสาร์นี้ไปเล่นที่บ้านฉันไหม”แต่สือเหยียนก็รีบปฏิเสธทันที “สุดสัปดาห์นี้ฉันจะไปบ้านคุณยายกับแม่”“ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย ฉันก็จะไปบ้านคุณยายด้วยเหมือนกัน งั้นเราไปบ้านคุณยายทวดด้วยกันดีไหม”คุณยายทวดก็คือคุณยายของชูยินกับจ้าวเยว่ คุณยายผู้ซึ่งอายุแปดสิบกว่า ผมหงอกขาว ทว่าร่างกายยังแข็งแรง มีเพียงแต่สายตาที่ไม่ค่อยดี คุณยายมักมองอวิ๋นตั่วกับสือเหยียนสลับกันมั่วไปหมดคุณยายจับมือของอวิ๋นตั่วยามพูดว่า “เสี่ยวเหยียน ได้ยินว่าหลานสอบได้หนึ่งร้อยคะแนนอีกแล้วหรือ”อวิ๋นตั่วหน้าแดง “หนูไม่เคยสอบได้หนึ่งร้อยคะแนนนะคะ”“ทำไมล่ะ คะแนนลดลงหรือ” ใบหน้าของคุณยายทวดยังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็นไรๆ เด็กๆ คะแนนดีบ้างไม่ดีบ้างก็เป็นเรื่องปกติ”อวิ๋นตั่วเองก็คิดแบบนั้น คะแน