นของเด็กๆ มันก็ต้องมีดีบ้างแย่บ้าง แต่ทำไมคะแนนของสือเหยียนถึงไม่เคยแย่เลยล่ะ เธอหวังอยากให้สือเหยียนสอบไม่ผ่านบ้างสักครั้ง อยากเห็นจริงๆ ว่าอีกฝ่ายจะมีสีหน้ายังไงจ้าวเยว่กับชูยินรวมตัวกันอยู่ที่บ้านของคุณยาย และเพราะการที่เด็กๆ มีปัญหากัน ทำให้พวกเธอไม่ค่อยสนิทใจกับอีกฝ่ายสักเท่าไหร่แม่ของจ้าวเยว่เป็นคนที่พูดขึ้นก่อน “เด็กๆ น่ะยากที่จะห้ามไม่ให้มีเรื่องทะเลาะกัน แต่ถ้าพวกเธอจะมามองหน้ากันไม่ติดเพียงเพราะอารมณ์ร้อนของเด็กๆ น่ะ คนอื่นคงหัวเราะเอาแน่”แม่ของชูยินเองก็พูดขึ้นว่า “ใช่ พวกเธอน่ะเป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่น้องเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ก็เหมือนญาติสนิทร่วมสายเลือดกันนั่นแหละ”ลูกสาวนั้นเป็นเหมือนเสื้อนวมนุ่มของแม่ ในเมื่อคนเป็นแม่พูดแบบนั้นแล้ว ชูยินกับจ้าวเยว่จึงจำต้องคืนดีกัน และสั่งให้ลูกทั้งสองจับมือเป็นมิตรกันตั้งแต่เด็กจนโต จ้าวเยว่กับชูยินก็ใช่ว่าไม่เคยขัดแย้งกัน แต่ก็เพราะไม้เรียวของคุณยายนั่นแหละ ที่ทำเอากระดูกแทบแตก เส้นเอ็นแทบขาดเพื่อแสดงความเป็นมิตร พอถึงเวลาไปโรงเรียน อวิ๋นตั่วจึงให้คนขับรถแวะไปรับสือเหยียนที่บ้านตระกูลสือด้วย ทั้งสองลงจากรถพร้อมกัน เดินจูงมือพากันเข้าโรงเรียน“ที่จริงฉันไม่ชอบนั่งรถไปโรงเรียน ขี่จักรยานดูน่าสนุกกว่าอีก ได้เห็นวิวข้างทางด้วย” อวิ๋นตั่วว่า“ขี่จักรยานไปโรงเรียนลำบากจะตายไป”ถึงจะพูดแบบนั้น แต่อวิ๋นตั่วก็ไม่ได้ถือสา “รอฉันโตกว่านี้อีกสักหน่อ