เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ชูยินก็เห็นอวิ๋นเฉียวกำลังด้อมๆ มองๆ อยู่ในสวนเธอเปิดหน้าต่างออก ตะโกนขึ้นเสียงดังลั่น “อวิ๋นเฉียว!”อวิ๋นเฉียวตั้งใจที่จะเข้าไปในบ้านเงียบๆ โดยเดินอ้อมผ่านสวน แล้วเข้าไปทางประตูหลัง จากนั้นก็แอบขึ้นชั้นบนโดยที่ไม่ให้ใครรู้ ทว่าพอถูกคนเป็นแม่เรียกก็ตกใจจนขวัญกระเจิง จนถึงกับล้มลงกับพื้น พลางเรียกออกมา“แม่!”จ้าวเยว่ยิ้มกว้างแล้วเดินเข้ามาจากทางด้านหลังของชูยิน เธอมองอวิ๋นเฉียวแล้วเอ่ยทัก “อวิ๋นเฉียวกลับมาแล้วเหรอ”ในรอยยิ้มนั้นมีซ่อนมีดแหลมไว้ด้วยสินะ อวิ๋นตั่วแอบตำหนิในใจ เขาเองก็ใช้วิธีเดียวกัน คือการเอ่ยไปพร้อมกับรอยยิ้ม “คุณน้าว่างจังเลยนะครับป่านนี้แล้วก็ยังออกมานอกบ้านได้ คุณลุงกับสือเหยียนไม่ทานข้าวเย็นกันหรือครับ”“อวิ๋นเฉียว พูดอะไรของลูกน่ะ!” ชูยินตำหนิ“ไม่มีอะไรหรอก เขาแค่เตือนฉันเท่านั้น นี่ก็เย็นมากแล้ว ฉันกลับก่อนดีกว่า” จ้าวเยว่แสร้งทำเป็นใจกว้างหลังจากที่ส่งจ้าวเยว่กลับไปแล้ว ชูยินก็เริ่มการสอบสวนลูกทั้งสองของเธอ“บอกมาเลยนะว่าวันนี้ไปทำเรื่องอะไรเอาไว้”“โธ่แม่ พูดแบบนี้เหมือนแม่ไม่รู้จักลูกๆ ของตัวเองเลยนะครับ เราเติบโตมาอย่างแข็งแรงและอบอุ่น โดยมีการอบรมสั่งสอนของแม่ จิตใจเปิดเผยบริสุทธิ์ไม่มีความมืดดำ เจอใครเดือดร้อนก็ยื่นมือเข้าไปช่วย ยึดมั่นในสัจจะเหนือทรัพย์สินเงินทอง” อวิ๋นเฉียวทั้งชมแม่และชมตัวเองไปด้วยพร้อมกันสีหน้าของชูยินนั้นราวกับเกาะ