ตัวเป็นนํ้าค้างแข็ง ไม่ได้ดูเชื่อในคำยกยอเหล่านั้นเลยสักนิด มองเห็นแต่เพียงว่าเรื่องที่ลูกก่อคงไม่ใช่เรื่องเล็ก“เลิกเสแสร้งได้แล้ว จ้าวเยว่บอกแม่หมดแล้ว!”เท่าที่อวิ๋นตั่วรู้ จ้าวเยว่ไม่ได้พูดถึงความผิดของพวกเขาออกมาตรงๆ
เพราะงั้นหากจะปฏิเสธ ก็ยังสามารถพอทำได้ เพราะแบบนั้นเธอจึงขยิบตาให้พี่ชาย หวังให้อีกฝ่ายไม่พูดออกมา ทว่าก็สายเกินไปแล้ว!“น้าจ้าวเยว่เหรอ แม่ ผมว่าแม่ไม่ควรฟังความข้างเดียว! ” อวิ๋นเฉียวโกรธมาก เขาลุกขึ้นยืน ยกแขนโบกไปมา“ผมว่าในใจของเขาน่ะมืดมนเพราะแบบนั้นไง จิตใจของสือเหยียนถึงได้ไม่บริสุทธิ์ แต่เธออายุยังน้อย ยังสามารถเรียนรู้ถูกผิดได้ ที่จริงครั้งนี้ผมคิดว่าอวิ๋นตั่วทำถูก! เราไม่ใช่แค่ไม่ควรถูกตำหนิ แต่ควรได้รับคำชมด้วยซํ้า!”ชูยินหันมองอวิ๋นตั่ว “อวิ๋นตั่ว ไหนลูกบอกมาสิว่าแม่ควรจะชื่นชมลูกยังไงดี”เด็กน้อยก้มหน้าลงอย่างทันที “มะ…ไม่ต้องหรอกค่ะ!”ในตอนนี้อวิ๋นเฉียวถึงได้รู้ว่าตัวเองตกหลุมพรางเข้าเสียแล้ว มือที่ยกขึ้นโบกหยุดชะงักกลางอากาศ ปากอ้ากว้าง ท่าทางดูน่าตลก“แม่ ทำไมแม่ทำแบบนี้กับลูกตัวเองเล่า!” จนเมื่อผ่านไปครู่ใหญ่ อวิ๋นเฉียวถึงนึกกลยุทธิ์ขึ้นมาได้ นั่นก็คือการอ้อน“ถ้าไม่ทำแบบนี้พวกลูกจะยอมพูดความจริงไหมล่ะ” ชูยินว่า “ตอนนี้พวกลูกร่วมมือกันทำเป็นขบวนการแบบนี้ ไม่เห็นแม่อยู่ในสายตาแล้วใช่ไหม?”“ไม่กล้าหรอกค่ะ/ครับ!” สองพี่น้องตอบประสานเสียง“ต่อไปก็จำไว้เลยนะ ถ้