าแม่ถาม นั่นหมายถึงแม่ให้โอกาสพวกลูกยอมสารภาพออกมาตรงๆ ถ้าแม่รู้จากปากคนอื่น มันก็สายเกินไปแล้ว!” ชูยินเตือนเด็กทั้งสอง “บอกมาได้แล้ว พวกลูกไปทำอะไรให้สือเหยียนไม่พอใจ”“ไม่ใช่ไม่พอใจ แต่ว่า…” อวิ๋นเฉียวพยายามคิดหาคำที่จะทำให้เรื่องมันออกมาดูเบาที่สุด “แต่ว่า…อวิ๋นตั่วกับสือเหยียนแค่ทะเลาะกัน”“ทำร้ายสือเหยียน?”“แม่รู้ได้ยังไง”“ถ้าสือเหยียนไม่บาดเจ็บ เธอก็ต้องมาด้วยไม่ใช่เหรอ” ชูยินจ้องลูกชายเขม็ง “เธอบาดเจ็บตรงไหน”อวิ๋นเฉียวยกมือชี้ที่หน้า “รอยนิ้วมือสามรอย”คนเป็นแม่เบือนสายตาไปหยุดที่อวิ๋นตั่ว “ทำไมต้องตบเธอ”“เธอปล่อยข่าวลือว่าพ่อกับแม่จะหย่ากัน บอกว่าเดี๋ยวหนูจะมีแม่ใหม่!”“สมควรโดนแล้วจริงๆ!” ชูยินพูดลอดไรฟัน เธอไม่เข้าใจเลยสักนิด ทั้งที่ลูกสาวตัวเองพูดแบบนั้นออกมาแท้ๆ ทำไมจ้าวเยว่ถึงมีหน้ามาเล่นงานเธอถึงบ้าน หรือว่าพวกเขาคิดว่าตัวเองกุมความจริงของเรื่องราวไว้ในมือหรืออย่างไรกันตอนเย็น คุณครูโทรศัพท์มาเล่าเรื่องให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ นํ้าเสียงฟังดูก็รู้ว่าเอนเอียงไปทางสือเหยียน กังวลว่าอวิ๋นตั่วจะอยู่ในสังคมไม่ได้ชูยินยิ่งได้ฟังก็ยิ่งไม่พอใจ เธอตอบกลับไปด้วยนํ้าเสียงเย็นชา “ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอกนะคะ คุณครูควรตรวจสอบเรื่องราวให้ชัดเจนก่อนแล้วค่อยมารายงานดิฉัน”เสียงจากอีกด้านของโทรศัพท์เงียบลง เดาได้ว่าคุณครูคนนั้นคงกำลังด่าเธอในใจว่าเธอนั้นให้ท้ายลูกของตัวเองอยู่เป็นแน่!