ไม่นานอวิ๋นเฉียวก็มาถึงที่โรงเรียนของอวิ๋นตั่วพร้อมกับอวี่เจ๋อพอเห็นทั้งสองเข้ามา อวิ๋นตั่วก็รู้สึกราวกับตัวเองมีพวก ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้วแต่ใครจะรู้ว่าคุณครูกลับไม่เชื่อ “ครูบอกให้เชิญผู้ปกครองมาพบไม่ใช่เหรอ แล้วพวกเขาเป็นใคร”อวิ๋นเฉียวหัวเราะขึ้นมา จากประสบการณ์การก่อเรื่องมาหลายปีนั้นสอนให้เขารู้ว่า เมื่ออยู่ต่อหน้าครู นั้นต้องรู้จักทำตัวเชื่อฟัง ยิ่งอวดดีก็จะยิ่งแย่“สวัสดีครับคุณครู ผมเป็นพี่ชายของอวิ๋นตั่วครับ แม่ของเราไปต่างประเทศ มาไม่ได้ ก็เลยให้ผมมาแทนน่ะครับ”“เขาโกหกค่ะ แม่ของเธอไม่ได้ไปต่างประเทศสักหน่อย เมื่อวานแม่ของหนูยังเห็นแม่ของเธอเล่นไพ่นกกระจอกอยู่ที่บ้านอยู่เลยค่ะ” สือเหยียนที่ยืนเช็ดนํ้าตาอยู่ข้างๆ พูดขัดคำโกหกของอวิ๋นเฉียวขึ้นมาอย่างไม่ไว้หน้าอวิ๋นเฉียวจ้องสือเหยียนเขม็ง สายตาตีเป็นคำพูดได้ว่า หากกล้าพูดจาเหลวไหลอีก ฉันจะตีเธอ*!*สือเหยียนนั้นถึงเธอจะอายุยังน้อย แต่เธอก็ฉลาดมากพอ ที่อวิ๋นตั่วตบเธอนั้นมันแค่เบาะๆ แต่ถ้าเป็นอวิ๋นเฉียวล่ะก็ เธอคงกลายเป็นพายไปเลยแน่ๆคุณครูช่วยเธอได้ครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่สามารถช่วยเธอไปได้ตลอด เมื่อตกที่นั่งลำบาก ก็ต้องรู้จักยอมถอยเสียบ้าง ตอนนี้ยังไม่ใช้เวลาแก้แค้นของเธอ เธอจึงได้แต่ก้มหน้า ไม่ตอบโต้“ก็ได้ ในเมื่อแม่ของเธอไม่มา อย่างนั้นครูก็จะพูดต่อหน้าพี่เธอนี่แหละหวังว่าพวกเธอจะเอาคำพูดครูกลับไปด้วย”“ครับๆ” อวิ๋นเฉียวรีบรับคำ แก